รายงานพิเศษ : “เตรียมห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป วิ่งเข้า กทม.ชั้นนอกในวันคี่แก้การสะสมของฝุ่น PM2.5”

16 ม.ค. 2563 | เข้าชม : 553

รายงานพิเศษ : “เตรียมห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป วิ่งเข้า กทม.ชั้นนอกในวันคี่แก้การสะสมของฝุ่น PM2.5”

        รถยนต์ที่วิ่งเข้า-ออกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะรถยนต์และรถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลปล่อยควันพิษในรูปแบบของฝุ่นละออง PM2.5 สู่บรรยากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วงวิกฤติฝุ่นละอองภาครัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการเร่งด่วนห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้ากรุงเทพมหานครชั้นนอกในวันคี่ 

                ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีรถบรรทุกสินค้าจดทะเบียนกว่า 140,000 คัน พบเป็นรถบรรทุกใช้เครื่องยนต์ดีเซลมากถึง 99,000 คัน ซึ่งรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกลับสร้างฝุ่นละออง PM2.5 จำนวนมากในชั้นบรรยากาศจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ที่ไม่สมบูณ์ หากสามารถลดปริมาณรถยนต์ดีเซลหรือมีการปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดมลพิษลงได้มาก แต่ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์นี้เป็นช่วงเวลาที่เกิดความกดอากาศต่ำจนเกิดการสะสมของฝุ่นละอองในระดับที่มีโอกาสเกินเกณฑ์มาตรฐานสูง จึงจำเป็นต้องออกกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองไม่ให้สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

                จากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้การประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มีมติออกมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ออกกฎข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เข้ามาเดินรถในเส้นทางถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่โดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้เดินรถเข้ามาในวันคู่ ช่วงเวลา 10.00 - 15.00 น. ตามมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับได้หากฝ่าฝืน แต่ยกเว้นรถบรรทุกขนส่งอาหารสดวิ่งได้ตามปกติ

                นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่าให้ฟังว่า ต้องขอโทษผู้ประกอบการที่ได้รับกระทบจากมาตรการนี้ เพราะมีความจำเป็นจากสาเหตุเกิดฝุ่นละอองหลักมาจากรถยนต์มากถึงร้อยละ 72 โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนบังคับใช้เพียง 2 เดือนเท่านั้น โดยข้อบังคับดังกล่าวจะบังคับใช้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในเบื้องต้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติสัปดาห์หน้าและจะมีผลบังคับใช้ทันที เชื่อว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานได้มาก

                 ขณะที่มาตรการอื่นที่ดำเนินการอยู่จะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงวิกฤติฝุ่นละอองในเมืองหลวง ทั้งการตรวจเข้มรถโดยสารไม่ประจำทางที่ใช้ขนส่งพนักงานตามบริษัทที่มีกว่า 60,000 คัน อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มปริมาณฝุ่นละออง โดยจะตรวจเข้มเรื่องควันดำ และเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้หยุดใช้รถได้ทันที ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆลดกำลังการผลิตร้อยละ 50 ช่วงเวลาวิกฤติของฝุ่นละออง ซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมืออย่างดี ที่สำคัญห้ามเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจะเข้มงวดตรวจสอบไม่ไห้มีการเผาเด็ดขาดที่มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ส่วนต่างจังหวัดจะกำชับห้ามเผาในที่โล่งเช่นกัน เพราะบางพื้นที่ลมอาจพัดฝุ่นละอองเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ เช่นเดียวกับ 50 เขตในกรุงเทพมหานครจะตรวจเข้มบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้าในทุกเขต หากฝ่าฝืนสามารถระงับการก่อสร้างได้ทันที

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : กัลยา คงยั่งยืน / สวท. กัลยา คงยั่งยืน / สวท.

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย