รายงานพิเศษ : เขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำโก-ลก

13 ม.ค. 2563 | เข้าชม : 535

เขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำโก-ลก

          แม่น้ำโก-ลก สายน้ำที่เป็นเส้นเลือดสายสำคัญของวิถีชีวิตประชาชน ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ประเทศไทย และรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่กั้นกลางระหว่างชายแดนประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย มีจุดผ่อนปรน และท่าข้ามที่เปิดให้ประชาชนในพื้นที่สัญจรทางเรือข้ามไปมาระหว่างกัน เพราะต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีในลักษณะเครือญาติ บ้างก็เดินทางเยี่ยมเยียนไปมาหาสู่กัน บ้างก็ข้ามไปทำงาน หรือแม้กระทั่งนักเรียนที่ข้ามฝั่งไปเรียนในประเทศมาเลเซีย

          ในช่วงหน้าฝนของทุกปี ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก จะเพิ่มปริมาณจนท่วมบ้านเรือนประชาชน และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก 8 ชุมชนหลายพันครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

          สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส และเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จึงเปิดเวทีประชาคมเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม (เขื่อนกั้นน้ำ) พื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งมีความเห็นชอบร่วมกันในการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

          สำหรับโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม (เขื่อนกั้นน้ำ) พื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะดำเนินการในลักษณะคันกั้นน้ำแบบกำแพงพร้อมถนนคอนกรีตเสริมเหล็กมีบ่อสูบน้ำ ทางลาดพร้อมคันดิน ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก และกำแพงแอลแบบสอดที่เมื่อสถานการณ์การเกิดอุทกภัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็สามารถถอดเก็บได้โดยไม่กระทบกับวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่สวนสิรินธร ถึงชุมชนตันหยงมะลิ

          โดยมีสถานีสูบน้ำ และประตูระบายน้ำที่ปากคลองบือเร็ง 1 และบือเร็ง 2 ใช้งบประมาณจำนวนมากกว่า 372 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 900 วัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2563 ทั้งนี้ รูปแบบที่วิศวกรได้ออกแบบมาจะเน้นการป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ เนื่องจากระดับความสูงของกำแพงจากพื้นดินประมาณ 1.20 เมตร

          เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะรับไม้ต่อในการปรับภูมิทัศน์ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เพราะสามารถเพิ่มพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ให้เป็นจุดชมวิว และการสร้างตลาดการค้าชายแดน ขณะที่ ถนนที่ขนานตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก สามารถเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับนักปั่นจักรยาน หรือการเดินทางของคนในชุมชนได้ด้วย เพราะจะเชื่อมโยงตั้งแต่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ไปจนถึงชุมชนตันหยงมะลิ 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : กุศลิน สุวรรณโณ

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส