ภายในเดือนมีนาคมนี้ กรุงเทพมหานคร นำระบบ feeder มาใช้ เพื่อป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหลัก

12 ม.ค. 2563 | เข้าชม : 478

รายงานพิเศษ


กรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในเดือนมีนาคมนี้ จะมีการนำระบบ feeder มาใช้ เพื่อป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหลัก ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบาย ในการเดินทางของประชาชน 

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศและเป็น "มหานคร" ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญทุกด้าน ทำให้แต่ละวันมีประชากรจำนวนมากสัญจรโดยใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยกรุงเทพมหานครและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินเพิ่มเติมหลายสถานีด้วยกัน อีกทั้งมีการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า การให้บริการเดินเรือฯลฯ เพื่อเชื่อมต่อระบบการเดินทางต่างๆ เข้าด้วยกัน ขณะที่ยังคงมีปัญหาที่เป็นช่องว่างในการเดินทางของประชาชนคือ ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่มีอยู่ไม่ได้รองรับการเดินทางตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เช่น สถานที่ที่ต้องการจะไปไม่มีรถโดยสารสาธารณะผ่าน หรือไปถึง โดยประชาชนจำนวนมากยังต้องขับรถส่วนตัวมาหาที่จอดรถ เพื่อเดินทางต่อด้วยระบบสาธารณะต่างๆ รวมถึงมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกเดินทางด้วยรถส่วนตัวเพราะความไม่สะดวกดังกล่าว กรุงเทพมหานครจึงได้พัฒนา "ระบบ feeder" หรือระบบขนส่งฯ เป็นระบบรองที่ให้บริการเสริมในส่วนที่ระบบหลักครอบคลุมไปไม่ถึง 

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เล่าถึงรายละเอียด ของระบบ feeder ว่า กรุงเทพมหานครได้พัฒนาเรื่องระบบฟีดเดอร์ (Feeder ) เพื่อบริการประชาชนให้เข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหลักอาทิ สถานีรถไฟฟ้าต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งสะดวกต่อการเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นๆ โดยจะทดลองให้บริการเดินรถ shuttle bus ในเส้นทางหลักที่ยังไม่มีบริการขนส่งมวลชนอื่นๆ รองรับ เพื่อรับผู้โดยสารจากต้นทางมาป้อนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหลัก ที่ไม่ส่งผลกระทบในการเดินรถของรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยมี 3 เส้นทางแรกที่จะทดลองเดินรถนำร่อง ได้แก่ จากสถานีขนส่งมวลชนสายใต้ ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า จากบริเวณเขตดินแดง ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า และจากชุมชนเคหะร่มเกล้า ถึงสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ( ARL) ลาดกระบัง โดยจะเปิดให้บริการระหว่างช่วงเวลา 05.00 น.- 21.00 น. ระยะห่างของช่วงเวลาการเดินรถประมาณ 15 – 30 นาทีต่อคัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มประมาณเดือนมีนาคม 2563 หลังจากให้บริการประมาณ 3 – 6 เดือน กรุงเทพมหานครจะมีการประเมินผลการดำเนินงานและผลการตอบรับของประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีเส้นทางอื่นอีก 7 เส้นทาง ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนานำระบบฟีดเดอร์เข้าไปใช้ อาทิ จากพระราม 6 ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์/สายไหม ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานใหม่ และซอยเสนานิคม ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS เสนานิคม อีกทั้งยังมีแผนที่จะเพิ่มเส้นทางอื่นๆ เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมือง, สถานีรถไฟฟ้า, ท่าเรือ ฯลฯ เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นระบบการเดินทางหลักที่มีความสะดวกสบาย ปลอดภัยและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างแท้จริง



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว :  

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา :