nnt มท. กำชับ ผวจ. ทุกจังหวัดกวดขันการควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง และพื้นที่การเกษตรอย่างเคร่งครัด โดยรณรงค์ให้นำเศษวัสดุการเกษตรไปย่อยด้วยวิธีเหมาะสม หรือหากมีความจำเป็นต้องเผาให้มีมาตรการ พื้นที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม nnt มท. ขอความร่วมมือประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปริมาณยานพาหนะในเขตเมืองที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก nnt มท. ห่วงใยประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก แนะให้ดูแลสุขภาพตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น กลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หากมีความผิดปกติของร่างกายให้พบแพทย์ทันที nnt นายกรัฐมนตรีห่วงใยสุขภาพประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM 2.5) สั่งการให้ มท.กำชับ กทม. และจังหวัดดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศ และดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด
Thai UK

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปในการประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประจำปี 2562

18 พ.ย. 2562 | เข้าชม : 444

        วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.19 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในการประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประจำปี 2562 โดยมีบรรพชิตและคฤหัสถ์ เข้ารับประทานปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 9 รูปและคน จากนั้น ประทานปริญญาบัตรทั้งแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ ที่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมจำนวน 1,363 รูปและคน

        โอกาสนี้ ประทานพระโอวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "ทุกท่านที่สำเร็จการศึกษา ล้วนเป็นผู้ทรงศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาบัตร สมตามภูมิรู้ที่ตนมีจากการศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ดี การได้รับศักดิ์และสิทธิ์เช่นว่านี้ เป็นเพียงพันธสัญญาเบื้องต้นของการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาจากการศึกษาในมหาวิทยาลัย ไปใช้ประกอบกิจการงาน ให้บังเกิดความเจริญก้าวหน้าแก่การพระศาสนาและชาติบ้านเมือง ขอบัณฑิตทั้งหลายอย่าประมาท หลงผิดคิดไปว่าเมื่อมีปริญญาแปลว่ามีความรู้มากพอแล้ว ก่อให้เกิดทิฐิมานะว่าเป็นคนเก่งหรือคนดีกว่าคนอื่น ความนึกคิดเช่นนี้จัดเป็นกิเลสอันร้ายกาจอย่างหนึ่ง ซึ่งจักนำพาความเสื่อมมาสู่ตนและสังคมส่วนรวม สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพร่ำสอนย้ำเตือนพุทธบริษัททั้งหลายไว้ว่า "มนต์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน" นั่นย่อมหมายถึงสรรพวิชาความรู้ที่เราได้เล่าเรียนศึกษามาแล้ว หากไม่รู้จักเอาใจใส่ทบทวนและศึกษาเพิ่มเติม ในที่สุดก็ย่อมเป็นมลทิน และยังทรงสรุปความเป็นมลทินที่ร้ายแรงที่สุดไว้ว่า "มลทินที่ยิ่งกว่านั้นคือ อวิชชา เป็นมลทินอย่างยิ่ง" เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกคน กวดขันตนเองให้มีความวิริยอุตสาหะในอันที่จะขวนขวายศึกษาเรียนรู้ในสรรพวิชาอยู่เป็นนิตย์ เพื่อกำจัดอวิชชาให้เบาบางและหมดสิ้นไป บังเกิดคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ เป็นความงอกงามไพบูลย์ทั้งทางโลกและทางธรรม สมปณิธานปรารถนาของบัณฑิตผู้ต่างมุ่งหวังความเจริญก้าวหน้าด้วยกันทุกรูป ทุกคน"


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว