จังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่จับเรืออวนรุนกลางดึก ได้ผู้ต้องหา 2 คน เรือและอุปกรณ์ทำอวนรุน 2 ลำ และยึดยาบ้า-ไอซ์ ได้จำนวนหนึ่ง

14 พ.ย. 2562 | เข้าชม : 223

          วันนี้ (14 พ.ย. 62) นายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธ์กุล ประมงจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ นิธิกรกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 (กระบี่) และนางช่อทิพย์ จรูญศักดิ์ ประมงอำเภอกันตัง เข้าทำการตรวจสอบผู้ต้องหาที่ลักลอบทำประมงอวนรุนผิดกฎหมาย หลังจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 (กระบี่) (ชุดใบไม้เขียว) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดตรังด้วย จำนวน 10 นาย พร้อมเรือยางตรวจการภูเก็ต จำนวน 2 ลำ วางแผนออกดักซุ่มจับกุมผู้ลักลอบทำประมงอวนรุนกลางดึก ซึ่งเป็นการทำประมงผิดกฎหมายแบบทำลายล้างทรัพยากร หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ายังคงมีชาวประมงชายฝั่งบางคน โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จะมีการลักลอบทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนรุนในทะเลเป็นประจำเกือบทุกคืน จึงได้วางแผนดักซุ่มรอจับกุม จนสามารถจู่โจมเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ จำนวน 2 คน เรือ 2 ลำ บริเวณปากร่องน้ำกันตัง บ้านทรายขาว ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง และตรวจยึดของกลางไว้ได้ ประกอบด้วย เรือประมงไม่มีชื่อ ไม่มีทะเบียนเรือ (เรือพรีสหางยาว) จำนวน 2 ลำ ขนาดไม่เกิน 10 ตันกรอส พร้อมเครื่องยนต์ , เครื่องมืออวนรุน 2 ชุด และสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง รวมทั้งยาบ้า-ไอซ์ อีกจำนวนหนึ่ง

          โดยลำแรก ผู้ต้องหา คือ นายสมจิตร เศษวิชัย อายุ 46 ปี เจ้าของเรือ และนายจักรฐพร เศษวิชัย อายุ 27 ปี ชาวหมู่ที่ 9 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นหลานชาย ทั้งนี้ นายสมจิตร เศษวิชัย ได้พยายามยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ เพื่อขอร้องไม่ให้ดำเนินคดี โดยบอกว่าสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ส่วนอีกลำแต่ผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ได้พยายามซิ่งเรือหนีไปจอดริมป่าโกงกาง จากนั้น ได้ทิ้งเรือและกระโดดน้ำหนีเข้าไปป่าโกงกางหายไป ทิ้งไว้แต่ของกลางทั้งเรือพลีส รวมทั้งอุปกรณ์อวนรุน และยาเสพติด ประกอบด้วย ยาบ้า-ไอซ์ จำนวนหนึ่ง ส่วนลำอื่น ๆ กำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งมีน้อยทำให้ผู้ลักลอบทำอวนรุนซิ่งเรือหลบหนีเข้าฝั่งไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมนำตัวพร้องของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ในข้อหา "มีไว้ครอบครอง เพื่อใช้ซึ่งเครื่องมือทำการประมง เครื่องมืออวนรุนที่มใช้ประกอบกับเรือยนต์ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรม 67 (4) มีบทลงโทษ ตาม พ.ร.ก.การประมงประมง พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 2) และมาตรา 147 และ169 อัตราโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท หรือยึดของกลาง" ส่วนเจ้าของเรืออีกลำเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ทางด้านนายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธ์กุล ประมงจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในพื้นที่ยังคงมีคนลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย จึงได้วางแผนจับกุมและกวาดล้าง พร้อมกับฝากประชาสัมพันธ์ให้เลิกทำผิดกฎหมาย หรือปรับเปลี่ยนเครื่องมือ โดยทางประมงจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพราะหากถูกจับกุมโทษที่ผู้ต้องหาจะได้รับนั้น คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับระดับจังหวัด จะต้องพิจารณาตามกรองของกฎหมายคือ ปรับตั้งแต่ 10,000-100,00 บาท โดยที่ผ่านมาถูกจับกุมและดำเนินคดีมาแล้วประมาณ 10 ราย โดยส่วนใหญ่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับพิจารณาให้จ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวน 35,000 บาท แต่หากพบการกระทำซ้ำสอง จะต้องถูกปรับเต็มจำนวน 100,000 บาท

          ทั้งนี้ ในส่วนของพนักงานสอบสวนถ้าพิจารณาให้ประกันตัวจะต้องใช้หลักทรัพย์สูงถึง 80,000-100,000 บาท ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาไม่ยอมจ่ายค่าปรับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาล ซึ่งศาลจะริบของกลางทั้งหมด ไม่มีลดหย่อนความผิด นอกจากนั้น ในการจับกุมหลายครั้งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มักพบยาเสพติดด้วย จึงต้องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีด้วย

          อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดตรังยังคงการลักลอบทำประมงแบบผิดกฎหมายให้เห็น ทั้งอวนรุน และโพงพาง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการวางแผนกวาดล้างจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมกับจัดวางสายสังเกตุการทำงานของเจ้าหน้าที่ หากพบว่าเจ้าหน้าที่มีความเคลื่อนไหวก็ไม่ออกทำประมง หรือรีบซิ่งเรือหนี โดยนำเรือเข้าจอดริมป่าและปลดทิ้งอุปกรณ์อวนรุนตบตาเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ยากลำบากมากขึ้น แต่ก็วางแผนจัดวางกำลังดักซุ่มจับกุม เพื่อกวาดล้างการทำประมงผิดกฎหมายแบบล้างผลาญต่อไป คืนความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรสัตว์น้ำให้ท้องทะเลต่อไป









#จังหวัดตรัง #จับเรืออวนรุนกลางดึก #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ณัฐนันท์ พีรเมธาวงศ์

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง