สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงส่องแสง เมฆสวรรค์

10 พ.ย. 2562 | เข้าชม : 292

        วันนี้ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.27 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงส่องแสง เมฆสวรรค์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 สิริอายุ 86 ปี

        คุณหญิงส่องแสง เมฆสวรรค์ เกิดวันที่ 10 มีนาคม 2475 ที่กรุงเทพมหานคร บิดาและมารดาชื่อ นายนิตย์ และนางถนอมฤดี แสงอุทัย ด้านการศึกษา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปีที่ 5 จากโรงเรียนราชินี, ระดับชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญาโททางการศึกษา จากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า สหรัฐอเมริกา

        ด้านชีวิตการทำงานเริ่มรับราชการเมื่อปี 2501 ที่โรงเรียนประถมสาธิต วิทยาลัยวิชาการการศึกษาประสานมิตร ปัจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จากนั้นได้โอนย้ายไปยังวิทยาลัยครูเชียงใหม่ สังกัดกรมการฝึกหัดครู ซึ่งเป็นการย้ายเพื่อติดตามสามี คือนายอาษา เมฆสวรรค์ ที่ไปรับราชการเป็นผู้ว่าราชการเชียงใหม่ และต่อมาในปี 2518 ได้ย้ายกลับมารับราชการที่วิทยาลัยครูสวนดุสิต ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นลำดับ และด้วยเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา

        โดยในปี 2520 ได้ลาออกจากราชการ ด้วยประสงค์จะทำงานเพื่อส่วนรวมให้มากที่สุด และเป็นการแบ่งเบาภาระของสามีที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งคุณหญิงส่องแสงฯ ได้ช่วยงานของกรมการปกครองและสภาสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งกิจการสาธารณกุศลต่างๆ และได้ติดตามสามี ที่มีความเจริญก้าวหน้าในราชการ ไปปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวมตามที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น นายอาษา เมฆสวรรค์ ยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและเป็นรองประธานวุฒิสภา ด้วย

        ด้านชีวิตครอบครัว คุณหญิงส่องแสง และนายอาษา เมฆสวรรค์ มีลูกด้วยกัน 1 คน


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว