รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับสำนักงานประกันสังคมดูแลลูกจ้างผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือออกจากงาน

15 ต.ค. 2562 | เข้าชม : 359

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับสำนักงานประกันสังคมดูแลลูกจ้างผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือออกจากงาน


ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีหน่วยงานและสถานประกอบกิจการบางแห่งมีการเลิกจ้าง หรือลาออกจากงาน จึงมีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ให้การช่วยเหลือดูแลลูกจ้างผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้าง หรือออกจากงานอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้ประกันตนไม่ต้องกังวลหากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานไม่ว่าจะถูกเลิกจ้างหรือลาออกก็ตาม ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่ว่างงานต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและรายงานตัวทางเว็บไซต์ www.empui.doe.go.th ภายใน 30 วัน หลังถูกเลิกจ้าง ลาออกจากงาน หรือสิ้นสุดการจ้างงาน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงาน หากเกิน 30 วัน จะไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ครบถ้วน และให้เตรียมหลักฐานการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงาน และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก สำหรับแรงงานต่างด้าวให้ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวที่สำนักงานจัดหางานของรัฐทั่วประเทศ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานที่ลูกจ้างผู้ประกันตนจะได้รับแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ ว่างงานเพราะถูกเลิกจ้าง และว่างงานเพราะลาออกจากงานเอง หรือสิ้นสุดการจ้างงาน ในส่วนที่ลูกจ้างผู้ประกันตนว่างงานเพราะถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน) ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตนลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน จะได้รับเงินทดแทนอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า หากผู้ประกันตนประสงค์จะใช้สิทธิประกันสังคมต่อไป สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 โดยยื่นแบบคำขอสมัครด้วยตนเอง ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่ออกจากงาน ซึ่งได้รับความคุ้มครองรวม 6 กรณี ได้แก่ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และชราภาพ อัตรานำส่งเงินสมทบาเดือนละ 432 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1506 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง 



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นิตยา คุณสิม

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย