ไทยและญี่ปุ่น ทำโครงการตั้งศูนย์วิจัยขยะพลาสติกในทะเลหลังลดขยะพลาสติกในทะเลน่านน้ำไทย พร้อมดึง “แสมสารโมเดล” ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

07 ต.ค. 2562 | เข้าชม : 850

ประเทศไทยและญี่ปุ่น ทำโครงการตั้งศูนย์วิจัยขยะพลาสติกในทะเลหลังลดขยะพลาสติกในทะเลน่านน้ำไทย เพื่อศึกษาและลดปริมาณขยะพลาสติกบนบกไหลลงสู่ทะเลลดลง พร้อมดึง “แสมสารโมเดล” ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

               รองศาสตราจารย์ วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สถาบันการศึกษาของไทย 5 แห่ง (มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับ สถาบันการศึกษาญี่ปุ่น 7 แห่ง ทำโครงการตั้งศูนย์วิจัยขยะพลาสติกในทะเลหลังลดขยะพลาสติกในทะเลน่านน้ำไทย ระยเวลา 5 ปี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) เพื่อลดปริมาณขยะทะเลในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะขยะพลาสติกให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 14 (SDGs14) มีเป้าหมายเพื่อ “อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” อันเป็นการปกป้องและอนุรักษ์ทะเลและทรัพยากรในทะเลไทยผ่านการศึกษาวิจัย การมีส่วนร่วม การสร้างจิตสำนึก และการสร้างชุมชนเข็มแข็ง รวมถึง จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเสนอหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้ง และยังสร้างความยั่งยืนในกระบวนการเฝ้าระวัง ตรวจติดตาม และป้องกันปัญหามลพิษจากขยะทะเลและขยะพลาสติกในน่านน้ำไทยด้วย ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้รณรงค์แก้ปัญหาขยะในทะเลต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการทะเลไทยไร้ขยะจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ด้วย เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับชุมชน ด้วยการเลือกชุมชนบ้านช่องแสมสารจัดทำ  “แสมสารโมเดล” เพื่อลด ละ เลิก การทิ้งขยะลงสู่ ทะเลผ่านการสร้างจิตสำนึก และผ่านนวัตกรรมทางสังคม หวังผลักดันให้แสมสารไม่ใช่เป็นแค่ตัวอย่างพื้นที่ลดปริมาณของขยะที่ลงสู่ทะเล แต่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคตด้วย

               ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ในปี 2561 พบมีนักท่อวเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยกว่า 40 ล้านคน สร้างรายได้หลายแสนล้านบาท แต่กลับใช้ทรัพยากรทางทะเลเกินกำลังที่ธรรมชาติจะตอบสนองได้จนทะเลเกิดความเสื่อมโทรมลงอย่างมาก ครอบคลุมถึงการใช้เครื่องมือประมลผิดกฎหมาย การทำการประมงในฤดูปลาวางไข่ และอัตราการจับสัตว์น้ำตกต่ำที่สุดในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การท่องเที่ยวทางทะเลในอนาคตจะเสื่อมถอยลงจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำกัดและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : คณิต  จินดาวรรณ

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย