จังหวัดนครศรีธรรมราช ปลื้มปิติ ประกอบพิธีอัญเชิญพระราชกระแสทรงชมเชย ผู้ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าควนเคร็ง

17 ก.ย. 2562 | เข้าชม : 159

จังหวัดนครศรีธรรมราช ปลื้มปิติ ประกอบพิธีอัญเชิญพระราชกระแสทรงชมเชย ผู้ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าควนเคร็ง

          วันนี้ (17 ก.ย. 62) ที่ศาลาประชาคมโรงละคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช พลตรี กัลย์สรรค์ จันทรเสน ได้อัญเชิญพระราชกระแสทรงชมเชย ผู้ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยมีผู้แทนภาคส่วนเข้ารับพระราชกระแสทรงชมเชย จำนวน 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองทัพภาคที่ 4 โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์แม่ทัพภาคที่ 4 , กองทัพอากาศ โดย น.อ.ธณณัฐ วรรณสุรีย์ ผู้บังคับการศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 4 , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , กระทรวงสาธารณสุข โดยนายประสงค์ เชาว์ภาษี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช , กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , กรมป่าไม้ โดยนายจิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ , กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยนายจเรศักดิ์ นันตะวงศ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง , นายจำเริญ ทิพญพงษ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช , นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง , นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายวิบูลย์ ทัศเจริญ จากชุดท่อพญานาคซิ่ง ในโอกาสนี้มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและสมาชิกจิตอาสาที่มาเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง จากอำเภอต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้เดินทางมาร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยทุกคนต่างปราบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          ทั้งนี้สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ในจุดเล็ก ๆ ที่สามารถควบคุมได้ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2562 จากปัจจัยด้านสภาวะอากาศที่แห้งแล้ง ลมแรง ฝนทิ้งช่วง ทำให้น้ำใต้ดินลดระดับลง จึงเกิดไฟลุกไหม้ใน 2 ตำบลของอำเภอเชียรใหญ่ คือ หมู่ที่ 4 , 7 , 8 ตำบลการะเกด และพื้นที่หมู่ที่ 5 , 8 ตำบลเขาพระบาท และเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเชื้อเพลิงกระจายกระโดดตามแรงลมลุกไหม้ติดไฟเพิ่ม อีก 5 จุด คือ พื้นที่หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 12 ตำบลการะเกด หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอชะอวด , เชียรใหญ่ , เฉลิมพระเกียรติ , หัวไทร และร่อนพิบูลย์ ราษฎรได้รับผลกระทบจากควันไฟ 23,723 คน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน 1 ราย พื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ได้รับความเสียหาย 14,493 ไร่ จากพื้นที่ป่าพรุประมาณ 309,000 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหาย 420 ราย ประชาชน 80 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากทุกภาคส่วนได้เร่งปฏิบัติงานเพื่อดับไฟดังกล่าว และสามารถยุติสถานการณ์ได้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562

          โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประกาศยุติบทบาทของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ส่วนหน้า แล้วส่งมอบการบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ให้นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ยังคงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัดไว้ รวมทั้งให้หน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ นำเครื่องจักรกล พร้อมอุปกรณ์ดับไฟต่าง ๆ และกำลังพลกลับสู่ที่ตั้งปกติ แต่พร้อมรับการประสานเมื่อจำเป็น ยกเว้นเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน และเครื่องสูบน้ำระยะไกลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ยังคงสูบน้ำเข้าพื้นที่ ที่มีความจำเป็นในบางจุด และเตรียมพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ส่วนกำลังที่ยังอยู่ประจำในพื้นที่ คือ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า จำนวน 487 นาย และเจ้าหน้าที่เสือไฟของกรมป่าไม้ จำนวน 60 นาย โดยกำลังพลดังกล่าวจะคงอยู่จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2562 ตามแผนปฏิบัติการเดิมที่ได้กำหนดไว้







#จังหวัดนครศรีธรรมราช #ปลื้มปิติ #อัญเชิญพระราชกระแสทรงชมเชย #ผู้ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าควนเคร็ง #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อุไรวรรณ สุภาแดง

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช