nnt มท. กำชับ ผวจ. ทุกจังหวัดกวดขันการควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง และพื้นที่การเกษตรอย่างเคร่งครัด โดยรณรงค์ให้นำเศษวัสดุการเกษตรไปย่อยด้วยวิธีเหมาะสม หรือหากมีความจำเป็นต้องเผาให้มีมาตรการ พื้นที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม nnt มท. ขอความร่วมมือประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปริมาณยานพาหนะในเขตเมืองที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก nnt มท. ห่วงใยประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก แนะให้ดูแลสุขภาพตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น กลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หากมีความผิดปกติของร่างกายให้พบแพทย์ทันที nnt นายกรัฐมนตรีห่วงใยสุขภาพประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM 2.5) สั่งการให้ มท.กำชับ กทม. และจังหวัดดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศ และดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด
Thai UK

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงาน พร้อมตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการเน็ตประชารัฐ โชว์ความสำเร็จ ใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

24 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 893

        วันนี้ (24 ส.ค.62) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จการใช้ประโยชน์จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านทั้งเด็กเล็ก นักเรียนเพื่อการเรียนรู้และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตร /รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับชุมชน โดยมี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการเน็ตประชารัฐและส.ส.ในพื้นที่ ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บมจ.ทีโอที และ ส.อ. จักรกฤษณ์ พิสุทฺธิทร้พย์ ผู้ใหญ่บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ให้การต้อนรับพร้อมรับนโยบายเร่งต่อยอดพัฒนาการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ

        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงฯ มุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐสามารถตอบสนองสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม โดย 24,700 หมู่บ้านเน็ตประชารัฐสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและชุมชน ซึ่งจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐของบ้านวังสะแก มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชนโดยการค้าขายมะม่วงกวนออนไลน์ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้รับชมการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับฉีดพ่นสารเหลวในพื้นที่เกษตร และร่วมพูดคุยกับเกษตรกรปลูกข้าว และร่วมหาแนวทางเพื่อใช้ดิจิทัลลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อแปลง และใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่าย นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ได้เร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์โดยได้มอบหมายให้ ทีโอทีดำเนินการพัฒนาความรู้การใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการพัฒนาทีมสนับสนุนระดับจังหวัด พัฒนาแกนนำอาสาเน็ตประชารัฐ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลการบ่มเพาะและพัฒนาหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ รวมถึงการจัดประกวดและแสดงผลงานหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน กระทรวงฯ ได้เตรียมที่จะขยายจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐทั้งหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกทั่วประเทศ

            ทั้งนี้ พื้นที่บ้านวังสะแก ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และที่ผ่านมาประสบความสำเร็จจากการติดตั้งเน็ตประชารัฐ ตามโครงการของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา/เรียนรู้ สำหรับเยาวชนและนักศึกษาในทุกระดับ 2.ด้านการเกษตร และ 3. ด้านการท่องเที่ยว ได้พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเกษตรกรรม รวมถึงต่อยอดการใช้ประโยชน์ของสถานที่ติดตั้งเน็ตประชารัฐ ณ บริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้านให้เป็นศูนย์บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ด้วย


#ตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการเน็ตประชารัฐ #รมว.ดีอี #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : กฤษดา บัวสละ

ผู้เรียบเรียง : สุนทรี ทับมาโนช

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา