รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กำชับไปรษณีย์ไทย ต้องใช้มาตรการความโปร่งใส รวดเร็ว รอบคอบ และสามารถตรวจสอบได้ในกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ทัดเทียมเท่ากับคู่แข่งขันทางการค้า

23 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 275

        นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ลงพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ (ปณท) มีนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะไปรษณีย์ไทยให้การต้อนรับ  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้เข้าชมและทดลองใช้บริการฝากส่งสิ่งของที่เคาน์เตอร์บริการ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการฝากส่งสิ่งของตลอด 24 ชั่วโมง และเยี่ยมชมกระบวนการคัดแยกพัสดุพร้อมใช้เครื่องสแกนสถานะสิ่งของฝากส่งในขั้นตอนการปิดถุง 

        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาให้กำลังใจกับ ปณท. ที่เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี ซึ่ง ปณท. ต้องสามารถปรับตัวองค์กรให้มีความทันสมัยและฝึกบุคลากรที่มีความชำนาญในการให้บริการ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในปัจจุบันได้ // การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับไปรษณีย์ไทยมากที่สุด // และ เพิ่มกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยในการคัดกรองวัสดุจากต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยก่อนนำส่งสิ่งของไปให้กับประชาชน 

        สำหรับกรณีร้องเรียนในปัจจุบัน มีความเห็นว่า ปณท. ต้องมีความโปร่งใส รวดเร็วและรอบคอบ ในกระบวนการทำงานที่สามารถตรวจสอบได้ และต้องพยายามชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รับทราบให้เร็วมากขึ้น อีกทั้ง ภายใน 1 เดือนนี้ จะสั่งการให้คณะทำงาน ปณท. สรุปภาพรวมการปฎิบัติงาน โดยการหาจุดแข็ง จุดอ่อน ของการปฏิบัติงานเพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งทางการค้าได้

        ด้านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท. กล่าวว่า กระบวนการทำงานด้านการคัดกรองสิ่งของที่เป็นอันตราย ปณท. ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา และมีกระบวนการตรวจสอบที่มีมาตรฐานจากบุคลากร เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนผู้รับของ

        ทั้งนี้ ภาพรวมการปฏิบัติงานของ ปณท. ในปัจจุบันแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย บริการไปรษณียภัณฑ์ // บริการขนส่งและโลจิสติกส์ // บริการระหว่างประเทศ // และบริการค้าปลีกและการเงิน ซึ่งสถานะผลประกอบการระหว่างปี 2547 - 2561 มีรายได้กว่า 280,000 ล้านบาท และนำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นเงินกว่า 8,700 ล้านบาท 


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธาราภรณ์ ฤกษ์ดี

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย