รายงานพิเศษ : “สตัฟฟ์ซากลูกพะยูน “มาเรียม” แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน”

22 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 675

รายงานพิเศษ : “สตัฟฟ์ซากลูกพะยูน “มาเรียม” แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน”

         ซากลูกพะยูน “มาเรียม” จะถูกนำมาสตัฟฟ์ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ให้มนุษย์เห็นโทษและความร้ายกาจของขยะทะเล ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตสัตว์ทะเลต้องตายจำนวนมากในทุกปี หลังพะยูนตายจากการกินขยะทะเลที่ปะปนอยู่ตรงแหล่งหญ้าทะเล 

                เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้สูญเสียพะยูนตัวที่ 15 จากการเกยตื้นทั้งหมด 16 ตัวในปีนี้มีชื่อว่า “มาเรียม” ซึ่งเจ้าพะยูนน้อยตัวนี้ขึ้นเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศในเวลาไม่นาน หลังพบพลัดหลงจากแม่แล้วว่ายน้ำตามเรือเข้ามาในเขตจังหวัดกระบี่เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงพยายามผลักดันให้พะยูนมาเรียมกลับสู่ทะเลเพราะยังไม่หย่านม โดยใช้ความพยายามถึง 3 ครั้ง แต่ลูกพะยูนตัวนี้ยังว่ายวนเวียนในจุดเดิมจึงตัดสินใจหาที่อยู่ที่เหมาะสม เป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเล มีกลุ่มพะยูนอาศัยอยู่มาก และชุมชนในพื้นที่มีความพร้อมจะช่วยดูแล จนในที่สุดก็นำตัวมาดูแลอนุบาลสภาพแบบธรรมชาติ บริเวณจุดชมพะยูน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ด้วยความน่ารักและเป็นสัตว์ทะเลหายากตัวแรกที่มนุษย์ได้นำมาอนุบาลดูแลให้นมในสภาวะธรรมชาติ ยิ่งกลับทำให้ชื่อ “มาเรียม” ติดอันดับในใจคนและโลกโซเชียลมีเดียมากขึ้นต่อเนื่อง

                การตายของ “มาเรียม” ได้สร้างความเสียใจและความตื่นตัวมากขึ้นในการให้มนุษย์หันมาให้ความสำคัญกับพะยูนและขยะทะเลมากขึ้น จนกลายเป็นแรงกระตุ้นจิตสำนึกของมนุษย์ให้เห็นโทษของขยะพลาสติกต่อชีวิตสัตว์ทะเลหายาก เนื่องจากสาเหตุการตายของพะยูนเกิดจากการกลืนกินพลาสติกที่ถูกทิ้งจากความมักง่ายของมนุษย์ลงสู่ท้องทะเลนั่นเอง โดยได้กินหญ้าทะเลที่มีการปนเปื้อนของขยะพลาสติกที่เสื่อมสภาพและเปื่อยมีลักษณะเป็นชิ้นประมาณ 8- 10 เซนติเมตรเข้าไป เพราะคิดว่าเป็นหญ้าทะเลอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ จากนี้จะทำการสตัฟฟ์ “มาเรียม” เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้และการอนุรักษ์ต่อไป

                สำนักงานพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้รับซากพะยูน “มาเรียม” และเก็บรักษาซากไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพผิวหนังของมาเรียมไม่ให้เน่าเปื่อย โดยต้องดูแลรักษาอย่างดีไม่ให้ชำรุดเสียหายจากความร้อน ความชื้น แมลง เชื้อรา หนู และแมลงสาปที่อาจทำความเสียหายต่อสัตว์สตัฟฟ์ได้ นายสัตวแพทย์บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เล่าให้ฟังว่า “มาเรียม” ถือเป็นสัตว์น้ำชนิดแรกที่จะสตัฟฟ์ จึงเป็นความท้าทาย เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสัตว์น้ำต้องใช้ความรอบคอบในการสตัฟฟ์สูงมาก เนื่องจากมีความยากของการรักษาสภาพหนังของพะยูนมาเรียมที่มีชั้นไขมันหนามากแทรกอยู่ จึงยากกว่าการสตัฟฟ์สัตว์บกมาก ที่สำคัญต้องนำหนังผ่านกระบวนการให้ไขมันออกจากหนังให้มากที่สุด เพื่อขึ้นรูปให้คงสภาพตามที่ต้องการ คาดว่า ต้องใช้ระยะเวลาสตัฟฟ์ไม่ต่ำกว่า 3 เดือนจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ในส่วนของกระดูกมาเรียมจะนำไปขึ้นรูปให้สวยงามใช้จัดแสดง รวมถึง มีแผนจะสร้างหุ่นมาเรียมจำลองส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์อื่นๆทั่วประเทศนำไปตั้งโชว์ให้เยาวชนได้สัมผัสและเรียนรู้ต่อยอดด้านการศึกษา เพื่อให้พะยูนมาเรียมอยู่ในความทรงจำของคนไทยต่อไป

                  “การสตัฟฟ์สัตว์” เป็นการรักษาซากที่ตายแล้วนำหนังของสัตว์มารักษาสภาพใว้ให้ใกล้เคียงกับตอนมีชีวิตอยู่ในรูปแบบสภาพการเก็บแบบแห้ง โดยไม่มีโครงกระดูกและกระโหลกศีรษะ พร้อมทั้ง จัดท่าให้อยู่ในอิริยาบถต่างๆเหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิดอยู่ เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญสร้างความรู้ความเข้าใจ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาดีได้อย่างดี

ขอบคุณภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : คณิต จินดาวรรณ / สวท. คณิต จินดาวรรณ / สวท.

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย