กรมชลประทานระบุโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล คุ้มค่า รองรับความต้องการใช้น้ำที่มากขึ้นในอนาคต ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในภาวะฝนตกน้อย

15 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 115

        นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้เร่งศึกษาและออกแบบโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก โดยผันน้ำจากแม่น้ำยวมมาเติม จะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในหน้าแล้ง 1 ล้านกว่าไร่ รวมถึงทำให้น้ำอุปโภค – บริโภค พื้นที่โครงการชลประทานกำแพงเพชรและเจ้าพระยาใหญ่มีเพียงพอ โดยยืนยันศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ ก่อนก่อสร้างอย่างรอบคอบและมีแผนป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว

         ทั้งนี้ แม่น้ำยวมเป็นแม่น้ำภายในประเทศ ปากแม่น้ำอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 2,858 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) ต่อปี กำหนดให้ผันน้ำเฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนถึงมกราคมเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำยวมมีปริมาณมากเกินกว่าความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ โดยน้ำที่ผันจะอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 1,795 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี การผันน้ำเติมสู่เขื่อนภูมิพล เพื่อใช้ในพื้นที่ที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ จึงเป็นการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน

        สำหรับโครงการเพิ่มน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพลใช้งบประมาณ 70,000 ล้านบาท จากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 11.19 ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่กำหนดให้โครงการลงทุนภาครัฐควรมีอัตราผลตอบแทนของโครงการอยู่ระหว่างร้อยละ 9 ถึง 12 จึงจะถือว่าโครงการฯ มีความเหมาะสมในการลงทุน 

        นอกจากนี้ โครงการฯนี้ยังเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)อีกด้วย

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อรวรรณ วงศาโรจน์

ผู้เรียบเรียง : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว