กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคคางทูมระบาด แนะผู้ปกครองพาบุตรหลานรับวัคซีนให้ครบช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีที่สุด

04 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 381

กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคคางทูมระบาด แนะผู้ปกครองพาบุตรหลานรับวัคซีนให้ครบช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีที่สุด


นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคคางทูมในประเทศไทย ปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 พบผู้ป่วยโรคคางทูม 1,466 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุด คือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี พบมากในกลุ่มนักเรียน ร้อยละ 39.6 จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ภูเก็ต และแม่ฮ่องสอน 

ทั้งนี้สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข่าวการระบาดจากฐานข้อมูลเฝ้าระวังเหตุการณ์ พบรายงานการระบาดของโรคคางทูมเป็นกลุ่มก้อน จำนวน 2 เหตุการณ์ คือ ในค่ายทหารและในโรงเรียน จึงคาดว่าสัปดาห์หน้าอาจพบผู้ป่วยโรคคางทูมเป็นกลุ่มก้อนได้ โดยเฉพาะในสถานที่มีคนอยู่อาศัยรวมกันหนาแน่น และพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่ต่ำ เนื่องจากโรคคางทูม เกิดจากเชื้อไวรัส ติดต่อทางเดินหายใจและการสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย อาการของโรคเริ่มจากมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการเจ็บบริเวณหน้า หู และขากรรไกร มีต่อมน้ำลายข้างกกหูโตขึ้น ควรมีการแยกผู้ป่วยประมาณ 10 วันหลังจากเริ่มมีต่อมน้ำลายโต และควรหยุดไปโรงเรียน หรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น 

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันโรคคางทูมที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการฉีดวัคซีนป้องกัน ปัจจุบันเป็นรูปแบบวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) ในเด็กเล็กควรรับวัคซีนป้องกันโรค 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วงอายุ 9-12 เดือน และฉีดซ้ำอีกครั้ง ช่วงอายุ 2 ปี 6 เดือน ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรพาบุตรหลานไปรับวัคซีนป้องกันโรคให้ครบตามช่วงอายุที่กำหนด


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นฤมล อุดมพร / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย