หาดเจ้าสำราญต้นแบบการสร้างจิตสำนึกและการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

04 ส.ค. 2562 | เข้าชม : 1147

หาดเจ้าสำราญต้นแบบการสร้างจิตสำนึกและการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ


การสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในชุมชนเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก เพราะต้นกำเนิดของขยะเกิดจากคนทั้งสิ้น เมื่อคนสามารถบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบได้ดี โดยเฉพาะชุมชนและบ้านเรือนใกล้ชายหาดไม่ทิ้งขยะจากบกลงสู่ทะเล จะช่วยให้ขยะทะเลไม่เกิดขึ้นและสัตว์ทะเลหายากยังคงอยู่คู่ท้องทะเลไทยต่อไป 

"หาดเจ้าสำราญ" อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นหาดทรายขาว มีระยะทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบสงบและมีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งปูเสฉวน หอย แมงกะพรุน สิ่งสำคัญเป็นแหล่งอาศัยและหากินของวาฬบรูด้า สัตว์ทะเลหายากอีกหนึ่งสายพันธุ์ของประเทศไทยและของโลก โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปีจะมีวาฬบรูด้าออกมาจำนวนมาก เมื่อมนุษย์ทิ้งขยะลงทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงเป็นการทำร้ายวาฬบรูด้าและสัตว์ทะเลอื่นๆ จำเป็นต้องบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการให้ชายหาดปลอดขยะ จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันวาฬบรูด้ามีอัตราการเกิดและการตายเท่ากันอยู่ที่ร้อยละ 4-5 ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยกว่าสัตว์ทะเลกลุ่มเสี่ยงชนิดอื่นๆ ซึ่งการที่วาฬบรูด้าออกมาให้เห็นในท้องทะเลไทย จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้จัดงาน Good Day Say No Plastic Bag On The Beach “ดูแลโลกเพื่อให้โลก...ดูแลเราตลอดไป” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันดูแลและรักษาชายหาดให้สะอาด ปราศจากขยะ ช่วยลดการสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก ควบคู่กับเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาพกพาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งขยะที่เก็บได้รวมรวมตรงจุดคัดแยก ทั้งขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋องเครื่องบริเวณสวนภูมิทัศน์ที่ชายหาดนำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยกิจกรรม “เปลี่ยนขยะ ให้เป็นบุญ” ด้วยการรับบริจาคขยะรีไซเคิลที่คัดแยกแล้วมาจำหน่าย เพื่อนำรายได้ไปทำบุญกับวัดในพื้นที่เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ สามารถช่วยลดปริมาณขยะจากเดิมที่ใช้รถบรรทุกจัดเก็บคันละ 2 รอบต่อวัน เหลือเป็นคันละ 1 รอบต่อวัน หรือจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เทศบาลต้องรับภาระลดลง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่าให้ฟังว่า ประเทศไทย ยังขาดการจัดการขยะอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เมื่อประชาชนยังเห็นกับความสะดวกสบายจึงสร้างขยะมากมายรอบตัว โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยากและเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและเป็นขยะที่ถูกพบมากที่สุดในทะเลไทย กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะเกิดอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายากที่ได้รับบาดเจ็บและตายจากการกินขยะพลาสติก เช่น เต่า พะยูน วาฬ โลมา ที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากโลก

ปัญหาขยะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ โดยปี 2560 พบปริมาณขยะมูลฝอยในจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด มากถึง 11.47 ล้านตัน แต่กำจัดอย่างถูกต้องได้เพียง 6.89 ล้านตัน นำไปใช้ประโยชน์ 3.02 ล้านตัน และยังมีกำจัดไม่ถูกต้องอีก 1.55 ล้านตัน พบบางส่วนไหลลงสู่ทะเล 50,000-60,000 ตันต่อปี ซึ่งถุงพลาสติกเป็นขยะทะเลที่พบมากที่สุดในทะเลประมาณ 50,000 ตัน หรือ 750 ล้านชิ้น ถือเป็นภัยเงียบที่เป็นขยะในท้องทะเลเรียกว่า "ไมโครพลาสติก" หรือ "ชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร" ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ เนื่องจากพลาสติกจะแตกย่อยเป็นปิโตรเคมีและจะเล็กลงเรื่อยๆ จนมองไม่เห็น แต่ยังคงมีสารเคมีหลงเหลืออยู่ สุดท้ายมนุษย์เองจะได้รับไมโครพลาสติกที่เป็นคนทิ้งลงทะเลกลับเข้าสู่ร่างกายเอง


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย