สทนช. เตรียมปรับแผนลดการระบายน้ำหลายเขื่อนหลักแก้ปัญหาภัยแล้ง เร่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ปีหน้า

22 ก.ค. 2562 | เข้าชม : 238

สทนช. เตรียมปรับแผนลดการระบายน้ำหลายเขื่อนหลักแก้ปัญหาภัยแล้ง เร่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ปีหน้า


นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 38,665 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และมีศักยภาพน้ำบาดาล 1,228 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ถือว่ามีปริมาณน้ำต้นทุนมากกว่าปี 2558 จำนวน 2,293 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ฤดูฝนนี้มีน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาสาเหตุเกิดจาก 3 ปัจจัย คือ ปริมาณฝนตกช่วงฤดูฝนปี 2561 น้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10–17  มีการส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรที่เพาะปลูกเกินแผนในฤดูแล้งปี 2561/62 โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพาะปลูกเกินแผน 1.2 ล้านไร่ ทำให้ต้องจัดสรรน้ำมากกว่าแผนร้อยละ 20 หรือประมาณ 1,528 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณฝนตกจริงน้อยกว่าที่คาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ประมาณร้อยละ 30-40 ในภาคเหนือ ภาคกลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ต้องจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำให้พื้นที่การเกษตรมากกว่าแผนจนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเกิดภัยแล้ง 

คาดการณ์ฝนจะตกประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายนแต่ตกน้อย บริเวณชายขอบกระทบให้น้ำเติมอ่างเก็บน้ำภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนไม่ดี เช่นเดียวกับช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมฝนตกน้อยและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ จึงให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรวางแผนขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักและพื้นที่เกษตรกรรม ที่สำคัญให้ปรับลดแผนการระบายน้ำจากเขื่อนลง คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อให้สามารถส่งน้ำช่วงฤดูฝนนี้ได้ เพียงพอเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศแหล่งน้ำได้รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 3,200 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงฤดูแล้ง

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำบริเวณแม่น้ำโขง ว่า เขื่อนไซยะบุรี ของ สปป.ลาว ได้ระบายน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าตามปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเริ่มเพิ่มขึ้น ประกอบกับ เขื่อนจิ่งหง ของจีน ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำโขง เนื่องจากท้ายน้ำแม่น้ำโขงได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ที่สำคัญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงพบปริมาณฝนตกตั้งแต่จีน เมียนมา และสปป.ลาว ลดลงถึงร้อยละ 50 มีลักษณะคล้ายกับประเทศไทยประสบอยู่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าแม่น้ำโขงเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น จึงเป็นหนึ่งปัจจัยทำให้เกิดสถานการณ์น้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าเป็นห่วงยังมีลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงจะเกิดปริมาณน้ำไหลเร็วเกินไป เพราะถูกดึงโดยแม่น้ำโขงเป็นผลให้ลำน้ำสาขาไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ 


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย