สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ดังนี้

19 ก.ค. 2562 | เข้าชม : 587

        วันนี้ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.09 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดป้ายโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แห่งที่ 2 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยจัดสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 213 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่โรงเรียนวินิตศึกษาแห่งที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ภายวัดกวิศรารามราชวรวิหาร ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ที่มีความคับแคบ ให้สามารถรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นทุกปี และมีประสิทธิภาพในการเรียนการสอน

        โรงเรียนวินิตศึกษา ก่อตั้งขึ้นโดยดำริของพระพุทธวรญาณ อดีตเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2489  ปัจจุบัน เปิดทำการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีครูและบุคลากรจำนวน 218 คน มีนักเรียน 4,440 คน และมีพระเทพเสนาบดี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

        โอกาสนี้ ทอดพระเนตรศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ที่โรงเรียนได้น้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ เพื่อให้นักเรียนมีทักษะทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างอาชีพและรายได้ อาทิ

        โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มุ่งเน้นให้นักเรียนปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคและรักษาสภาพแวดล้อม นำผลผลิตที่ได้ไปประกอบอาหาร ขยายผลไปปลูกในครัวเรือนของตนเอง

        โครงการทำนาด้วยการโยนกล้า ซึ่งประหยัดต้นทุนและลดแรงงาน นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา ได้ให้เห็นคุณค่าของเกษตรกรไทย

        โครงการเรียนรู้การทำไข่เค็มดินสอพองตำรับเมืองลพบุรี เป็นการนำดินสอพองซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในจังหวัดไปต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ไข่เค็มดินสอพอง

        โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยปลูกทั้งไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ดินและน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ บนพื้นฐานความต้องการด้านเศรษฐกิจและสังคม

        โครงการเรียนรู้พลังงานทดแทน "พลังงานแสงอาทิตย์" มีการจัดการเรียนรู้ได้รู้จักการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นไฟฟ้า เพื่อใช้ภายในโรงเรียน และเพื่อการเกษตร อันเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายภายในโรงเรียน 

        และศูนย์การเรียนรู้กลาง โรงงานแปรรูป มีการจัดการเรียนรู้ในการนำผลผลิตทางการเกษตรที่มี ไปแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ เช่น กล้วยฉาบ และกล้วยตาก นอกจากนี้ ยังมีโครงการบริหารจัดการขยะ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการสร้างคุณลักษณะนิสัยที่ดี

        เวลา 12.57 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี ในการนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ อาทิ

        โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริแก่ศูนย์ฯ และได้นำมาปลูกบนพื้นที่ประมาณ 2 งาน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัว เป็นการปลูกฝังให้รักต้นไม้ และการปลูกผักปลอดภัย โดยให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและดำเนินการ ผลผลิตที่ได้ นำไปประกอบอาหารแก่เด็กเล็กและแบ่งปันแก่ผู้ปกครอง นอกจากนี้ ยังได้มีการขยายผลเมล็ดพันธุ์ไปสู่ครัวเรือนของนักเรียน ปัจจุบัน ผู้ปกครองของเด็กเล็กเป็นสมาชิกโครงการฯ ทุกคน โอกาสนี้ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ผู้แทนครูและผู้แทนนักเรียน

        สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู วัดต่างๆ ในตำบลโก่งธนู และชุมชน ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กเรียนห้องเรียนธรรมชาติ เป็นการกระตุ้นพัฒนาการของสมองและร่างกาย ช่วยพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพ  ทั้งยังได้รับประสบการณ์และมีทักษะชีวิต ประกอบด้วย 4 ฐาน ได้แก่ สระน้ำอินจัน สระทารก ค่ายกล สไปเดอร์แมน และฐานเรือสลัดลิง

        เสื้อกันเปื้อนจากถุงปลานิลจิตรลดาพระราชทาน ที่ได้นำมาทำเป็นเสื้อกันเปื้อนสำหรับเด็กเล็ก เพื่อใช้ขณะทำกิจกรรมต่างๆ เช่น รับประทานอาหารและเรียนศิลปะ เป็นการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งดูแล รักษา ทำความสะอาดได้ง่าย และเป็นการลดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

        ปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีเด็กอายุ 2 ขวบ 6 เดือน ถึง 3 ขวบ อยู่ในความดูแล 48 คน มีครูผู้ดูแลเด็ก 3 คน เน้นการดูแลและส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการเติบโตตามวัย

        เวลา 13.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านนางสาวจำลอง นกยิ้ม อายุ 94 ปี ราษฎรหมู่ 7 ตำบลโก่งธนู ที่เข้าร่วมโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" เมื่อปี 2560  โดยนางสาวจำลองฯ  สนใจปลูกผักสวนครัวมาตั้งแต่ยังเด็ก ประกอบกับได้เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามการดำเนินงานโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" และโครงการ "รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม" ของชุมชนตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี นางสาวจำลองฯ จึงสนใจเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับพระราชทานพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ผักที่ปลูกส่วนใหญ่จะเก็บไว้รับประทาน และแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน หากเหลือจะนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว 

        โอกาสนี้ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่นางสาวจำลองฯ  สำหรับใช้ในการเพาะปลูก สร้างความปลาบปลื้มใจแก่นางสาวจำลองฯ เป็นล้นพ้น

        เวลา 13.54 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังสระน้ำสาธารณะหนองทาก ตำบลโก่งธนู ในการนี้ พระราชทานลูกปลานิลจิตรลดา จำนวน 2 แสน 5 หมื่นตัว จากโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะกา และโครงการพัฒนาพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนาบ้านบางขอม จังหวัดนครนายก โครงการรวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทานเพื่อนช่วยเพื่อน ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณูโลก

        โอกาสนี้ ทรงปล่อยลูกปลานิลดังกล่าว ลงสู่สระน้ำสาธารณะฯ เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป

        นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานพันธุ์ไม้ผลจากโครงการผลิตพันธุ์ไม้ผลพระราชทาน บ้านชวดบัว อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เพื่อปลูกบริเวณรอบสระน้ำฯ และคันนาของราษฎร ตามโครงการ "ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน"

        เวลา 14.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านนายรังสรรค์ ไผ่สำฤทธิ์ ราษฎรหมู่ 5 ตำบลโก่งธนู ซึ่งใช้พื้นที่บริเวณบ้านจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะของตำบลโก่งธนู โดยมีหน่วยงานในท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะด้วยการงดใช้ถังขยะ และให้ชาวบ้านในพื้นที่นำขยะมาขายให้กับจิตอาสาที่รับซื้อในแต่ละหมู่บ้าน โดยจะมีสมุดบัญชีให้กับสมาชิกเพื่อสะสมเงินออมที่ได้จากการนำขยะมาขาย อีกทั้งยังมีสวัสดิการ "เพื่อนช่วยเพื่อน" ซึ่งจะนำเงินส่วนหนึ่งของสมาชิกไปช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต ปัจจุบันมีสมาชิก 1,700 คน

        นอกจากนี้ ยังให้แต่ละครัวเรือน นำถังที่เหลือใช้มาทำเป็นถังขยะเปียก โดยนำเศษอาหารทิ้งไว้ในถังเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อนำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้และพืชผักเป็นการช่วยลดขยะและช่วยลดโลกร้อน

        อีกทั้งได้จัดตั้งกลุ่มจักสานบ้านเกาะ หมู่ 5 ขึ้น มีสมาชิก 30 คน เพื่อร่วมกันนำขยะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ เช่น ตะกร้าสาน กล่องใส่กระดาษทิชชู และกระเป๋าสานจากกล่องนม การทำพวงหรีดจากพัดจักสาน เพื่อลดการใช้ดอกไม้สดอันจะก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก และไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยการทำพวงหรีดจากพัดจักสานช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มมากถึงปีละ 300,000 บาท

        ที่ผ่านมา ได้รับรางวัลชุมชนปลอดขยะติดต่อกัน 2 ปี และได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ปัจจุบันมีหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมาก

        นอกจากเป็นศูนย์ที่ให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการขยะแล้ว ยังได้เข้าร่วมโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" โดยได้รับพระราชทานพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริสำหรับปลูกในพื้นที่ ส่วนใหญ่ปลูกไว้รับประทานเองในครัวเรือนและแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน

        โดยบ้านของนายรังสรรค์ฯ จะเป็นคลังเมล็ดพันธุ์ผักสำรองของตำบลโก่งธนู เมื่อขาดแคลนสามารถมารับเมล็ดพันธุ์ผักไปเพาะปลูกได้

        ทั้งนี้ สมาชิกและหน่วยงานท้องถิ่น ยังได้ไปศึกษาดูงานการเพาะปลูกพืช ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง ปัจจุบันมีสมาชิก 518 ครัวเรือน

        โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ และได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก 10 ชนิด แก่นายรังสรรค์ฯ เพื่อใช้เพาะปลูกในพื้นที่ด้วย

        เวลา 15.26 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 13 ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 13 จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลและพลทหารกองประจำการ ได้เรียนรู้การทำการเกษตรปลอดภัย มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สามารถนำไปขยายผลสู่ชุมชนเมื่อปลดประจำการ รวมทั้งก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างกองทัพและประชาชน เริ่มดำเนินโครงการฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 บนพื้นที่ 25 ไร่

        โอกาสนี้ ทรงปล่อยปลานิลจิตรลดา จำนวน 3 หมื่นตัว ลงสู่สระน้ำมณฑลทหารบกที่ 13 เพื่อการขยายพันธุ์และเป็นแหล่งอาหารโปรตีน

        ทั้งนี้ ด้านการประมงและปศุสัตว์ในโครงการฯ มีเลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก รวมทั้งเป็ดไข่กากีแคมป์เบลล์ ไก่พื้นบ้าน ห่านจีน เป็ดเทศบาบารี่ กบพันธุ์บลูฟรอกผสมกบนา และหมูหลุม

        ส่วนแปลงผักปลอดภัย มีการให้ความรู้ตั้งแต่การเตรียมแปลงและปรับปรุงดิน การเพาะเมล็ด การปลูก และการเก็บเกี่ยว โดยได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพสามารถนำเมล็ดปลูกต่อได้ สำหรับผลผลิตที่ได้ นำไปจำหน่ายให้กับโรงเลี้ยงของหน่วยและกำลังพล เพื่อการบริโภค ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นเป็นรายได้เสริมแก่กำลังพล ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการเมื่อปลดประจำการแล้ว ยังจะได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทาน นำกลับไปปลูกที่บ้านเพื่อได้มีผักปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน รวมทั้งนำไปชักชวนเพื่อนบ้าน ให้มีโอกาสปลูกผักปลอดภัยและขยายความรู้ออกสู่ชุมชนท้องถิ่น

        นอกจากนี้ ยังมีแปลงนาทดลองปลูกข้าวปลอดภัย ซึ่งปลูกข้าวพันธุ์ดำละโว้ โดยการหว่าน และข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยการปักดำ เพื่อการเรียนรู้การทำนาด้วย

        โอกาสนี้ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ พลตรี สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 เพื่อนำไปขยายพันธุ์ในโครงการต่อไป

        เวลา 16.41 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล อำเภอเมืองลพบุรี ทรงติดตามการดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดีและโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อของโรงพยาบาลอานันทมหิดลและของทหารกองร้อยต่างๆ

        ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอานันทมหิดล เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานแล้ว ได้ทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ของโครงการทหารพันธุ์ดีโรงพยาบาลอานันทมหิดล ที่เริ่มดำเนินงานเมื่อต้นปี 2562 ด้วยต้องการผลผลิตทางการเกษตรและด้านสัตว์เลี้ยงโปรตีนที่ปลอดสารพิษไปประกอบเลี้ยงผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯ ตลอดจนประกอบเลี้ยงกำลังพล เพื่อโภชนาการที่ดี และทั้งเพื่อช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับข้าราชการและลูกจ้างโรงพยาบาลอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นการสืบสานต่อยอด หลักการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นที่ประจักษ์และแพร่หลายยิ่งขึ้น โดยจัดพื้นที่ว่างเปล่าภายในโรงพยาบาลดำเนินงาน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักอย่างดีมีคุณภาพ เช่น พริก มะเขือ บวบ และถั่วฝักยาว ไว้ให้เพาะปลูกและเก็บขยายพันธุ์ ตลอดจนปลูกมะนาว และไม้ผล พรัอมทั้งเลี้ยงกบนา ไก่พันธุ์ไข่ และเป็ด มีนักวิชาการจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและต่อยอดการดำเนินงานให้สำเร็จยิ่งขึ้น 

        จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ของชุมชนโรงพยาบาลอานันทมหิดล ที่ต่อยอดมาจากโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อส่งเสริมให้กำลังพล และข้าราชการทหารและเจ้าหน้าที่ทุกครัวเรือน ที่พักอาศัยในชุมชนของโรงพยาบาล จำนวน 13 ชุมชน รวม 729 ครอบครัว ใช้พื้นที่ว่างเปล่าของชุมชนและบริเวณที่พัก ทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยปลูกพืชผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษและไม้ผลต่างๆ ตลอดจนแปรรูปผลผลิตการเกษตร ไว้บริโภคในครัวเรือน และส่งจำหน่ายตลาดออนไลน์ของโรงพยาบาลอานันทมหิดลด้วย

        จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการเดินตามร้อยเท้าพ่อ ของกองร้อยพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 ใช้พื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 3 ไร่ ทำแปลงเกษตรผสมผสาน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทหารพันธุ์ดี ให้ทหารกองประจำการมีความรู้เรื่องเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เลี้ยงเป็ดกากีแคมป์เบลล์ เป็นเป็ดไข่ เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ปัจจุบันเก็บไข่ได้แล้วมากกว่า 6,000 ฟอง นำไปประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพล ที่เหลือส่งจำหน่าย เลี้ยงกบ เป็นอาหารเสริมและฝึกอาชีพของพลทหารกองประจำการ เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องการคัดแยกขนาดกบ ชนิดอาหารที่เหมาะสม ปัจจุบันกบชุดแรกให้ลูกกบแล้วประมาณ 1,000 ตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดกบที่มีลักษณะดี แข็งแรง เก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 3 พันบาท นำไปใช้หมุนเวียนต่อยอดโครงการ ในอนาคตตั้งใจจะเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพไว้ใช้ในยามขาดแคลนต่อไป

        ที่สวนสมุนไพร ได้ทอดพระเนตรโครงการละโวทยานสมุนไพร ใช้พื้นที่ว่างด้านหน้ากองทันตกรรม โรงพยาบาลอานันทมหิดล มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม เป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์พันธุ์สมุนไพร และให้ความรู้เรื่องสมุนไพรที่ใช้ในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ตามหลักฐานการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มี 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงสมุนไพร มีมากกว่า 135 ชนิด แยกตามกลุ่มอาการ 14 กลุ่มอาการ เช่น กลุ่มรักษามะเร็ง กลุ่มรักษาเบาหวาน กลุ่มรักษาระบบขับถ่าย  และส่วนจัดแสดงสมุนไพรที่ประกอบอยู่ในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ซึ่งเป็นตำราโอสถที่หมอหลวงประกอบถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปัจจุบันประกาศให้เป็นตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ มี 81 ตำรับ นำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีแล้ว 3 ตำรับ ได้แก่ ตำรับที่ 57 "พระอังคบ" มีเครื่องยา 6 สิ่ง เป็นลูกประคบช่วยคลายเส้น ตำรับที่ 58 "ยาทาพระเส้น" ใช้ทาแก้ลม ตะคริว หรืออาการปวดบวมแดงบริเวณข้อเข่า หรือข้อเท้า มีเครื่องยา 13 สิ่ง และตำรับที่ 78 "น้ำมันมหาจักร" แก้ปวดเมื่อย ใช้ทาแผล


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชลิตา กลิ่นเชย

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว