กรมอนามัย แนะประชาชนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลี่ยงอาหารเค็ม งดผงชูรส ช่วยชะลอไตเสื่อมได้

19 ก.ค. 2562 | เข้าชม : 153

        พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พฤติกรรมการกินอาหารของคนไทยจำนวนไม่น้อยติดเค็ม ชอบกินอาหารปรุงสำเร็จซึ่งมักมีปริมาณโซเดียมสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต โดยผู้ที่ป่วยโรคไตในระยะแรกจะไม่พบอาการผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าป่วย แต่จะตรวจพบโรคต่อเมื่อเป็นหนักหรือเข้าสู่โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตและการปลูกถ่ายไต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก ดังนั้นป้องกันไตเสื่อมสามารถทำได้โดยระมัดระวังเรื่องการกินอาหาร โดยประชาชนทั่วไปป้องกันภาวะไตเสื่อมที่จะนำไปสู่โรคไตเรื้อรังได้ด้วยการกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสมตามธงโภชนาการและหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการ รวมถึงบริโภคอาหารลดหวาน มัน เค็ม โดยบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ทั้งในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและประชาชนทั่วไป เพื่อการมีสุขภาพที่ดี

        ด้าน นพ.สมพงษ์ ชัยโอภานนท์ นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านโภชนาการ) กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หากมีการจัดการดูแลอาหารด้วยตนเอง หรือมีผู้ดูแลผู้ป่วยช่วยสนับสนุนจะช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้ จากการวิจัยโดยพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารของผู้ป่วย ด้วยการแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยผงชูรส ซึ่งผลวิจัยกึ่งทดลองสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 92 คน ภายหลังทำการศึกษา 4 สัปดาห์ พบผู้ป่วยที่เลี่ยงผงชูรสได้ดีมีอัตราการทำงานของไตดีขึ้น

 


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นฤมล อุดมพร / สวท.

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย