จนท.เดินหน้าตรวจสอบ ป่าถูกทำลาย เร่งประสาน หน่วยปกป้องฯ ลาดตระเวนเฝ้าระวัง เพื่อยับยั้ง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า

18 พ.ค. 2562 | เข้าชม : 200

จนท.สนธิกำลัง เข้าตรวจสอบพื้นที่ “ป่าสิริกิติ์” ป่าสงวน เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลางต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี พบไม้มีค่าขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ถูกทำลายแล้ว 3 แปลง เร่งประสาน หน่วยปกป้องรักษาป่าลาดตระเวนเฝ้าระวัง เพื่อยับยั้ง มิให้กลุ่มบุคคลลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เพิ่มมากขึ้น พร้อมปลูกป่าทดแทน ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลาย ถูกเผา

                พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4/มทภ.4 ได้สั่งการให้คณะทำงานพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จนท.นิคมสร้างตนเองเบตง และ จนท.ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ต.อัยเยอร์เวง      อ.เบตง จ.ยะลา เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ ป่าสงวนต้นน้ำเพื่อกิจการนิคม ป่าไม้ถาวร และในแนวเขตพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ พื้นที่ส่วนที่ 2 (ป่าสิริกิติ์) ซึ่งอยู่เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง ต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี บริเวณท้องที่ บ.อัยเนาะเปาะ ม.3 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา หลังคณะทำงานพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำคลองอัยเนาะเปาะ และ จากการบินตรวจพบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจำนวนหลายจุด คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมกันตรวจสอบ ตรวจยึดป่าไม้ถูกทำลายใหม่แล้วจำนวน 3 แปลง ประกอบด้วย แปลงที่ 1 ตรวจพบลักลอบตัดไม้ทำลายป่าใหม่ บริเวณคลองอัยเนาะเปาะ ต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง เป็นการตัดไม้มีค่าขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ไม้ไผ่ แผ้วถางไม้พื้นล่าง เผาป่าแล้วบางส่วน มีการปลูกต้นทุเรียนขนาดเล็กบางส่วนบนยอดเขา มีการต่อน้ำประปาภูเขาท่อ พีวีซี รดน้ำทุเรียน พื้นที่ป่าถูกทำลายประมาณจำนวน 28 ไร่ 16 ตรว.

            แปลงที่ 2 ตรวจพบลักลอบตัดไม้ทำลายป่าใหม่ บริเวณคลองอัยเนาะเปาะ ต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง เป็นการตัดไม้มีค่าขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก จำนวนมากล้มคาตอ ไม้ไผ่ แผ้วถางไม้พื้นล่าง เผาป่าแล้วทั้งแปลง พื้นที่ป่าถูกทำลายประมาณจำนวน 49 ไร่ 56 ตรว.

            แปลงที่ 3 ตรวจพบลักลอบตัดไม้ทำลายป่าใหม่ บริเวณคลองอัยเนาะเปาะ ต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง เป็นการตัดไม้ขนาดเล็ก ไม้ไผ่ แผ้วถางไม้พื้นล่าง ยังแผ้วถางไม่เสร็จ ยังไม่ได้เผา พื้นที่ป่าถูกทำลายประมาณจำนวน 3 ไร่ 2 งาน 96 ตรว.

            ขณะเข้าตรวจสอบ ตรวจยึดไม่พบผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ จนท.นิคมสร้างตนเองเบตง แจ้งความร้องทุกข์ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ต่อ พงส. สภ.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งให้ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) ตรวจนับ ตรวจวัดต้นไม้มีค่า ชนิด ขนาด ต่างๆ จำนวนที่ถูกตัดโค่นล้อมคาตอ และแจ้งความร้องทุกข์ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ต่อ พงส. สภ.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

            นอกจากนี้ จนท.ยังได้ประสาน กอ.รมน.จ.ยะลา และ ฉก.ยะลา ให้ประสานงานกับ ผอ.สำนักฯ ที่ 13(นราธิวาส)  ประสาน สั่งการอำนวยการให้ เจ้าหน้าที่ ส่วนราชการในพื้นที่ ที่มีหน้าที่ปกป้องรักษาป่า  เข้าดำเนินการต่อพื้นที่ป่าถูกทำลาย กลุ่มบุคคลที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เพื่อมิให้พื้นที่ป่าไม้ของชาติที่เหลืออยู่ ไม่ให้ถูกทำลายเสียหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และยับยั้งมิให้มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น หรือลาดตระเวนเฝ้าระวัง หรือปลูกป่าทดแทน ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลาย ถูกเผา

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

ผู้เรียบเรียง : สุพจน์ กาบแก้ว

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา