สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2560

17 พ.ค. 2562 | เข้าชม : 484

        วันนี้ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 9.05 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2560 ณ หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 3 ราย ในจำนวนนี้เป็นพระสงฆ์ 1 รูป และมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย รวมจำนวน 4,391 คน

        ในการนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นทั้งเครื่องประกาศความสำเร็จทางการศึกษาและเครื่องหมายรับรองความรู้ตามที่บัณฑิตได้ศึกษามา แต่ปริญญาบัตรจะมีคุณค่ามากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับแต่ละคน ว่าจะสามารถนำความรู้ที่มีอยู่ ไปใช้ให้บังเกิดผลเป็นความสำเร็จและความเจริญได้หรือไม่ หลักในการสร้างสรรค์ความสำเร็จดังที่กล่าวนั้น อยู่ที่การรู้จักปรับใช้ความรู้และทฤษฎีต่างๆ ให้พอเหมาะพอดีกับงานที่ทำ ซึ่งต้องอาศัยความคิดวิจารณญาณและความเข้าใจในงาน ตลอดถึงสถานการณ์แวดล้อมทุกอย่าง ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงเหตุผลและความถูกต้องชอบธรรมด้วย เพื่อให้งานที่ทำสำเร็จผลเป็นประโยชน์แท้แต่อย่างเดียว ไม่เกิดเป็นโทษเสียหาย จึงขอให้บัณฑิตทุกคนนำสิ่งที่พูดนี้ไปพิจารณาให้เข้าใจ จะได้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ความสำเร็จ ทั้งแก่ตนเองและแก่ส่วนรวมประเทศชาติ ด้วยความรู้ความสามารถที่สมคุณค่าปริญญาบัตร"


        เวลา 13.45 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ทรงเปิดแพรคลุมพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมหาวิทยาลัยพะเยา ดำเนินการจัดสร้างขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์การสาธารณสุขเพื่อสุขภาพพลานามัยของประชาชนมาตลอดพระชนม์ชีพ โดยสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงอุทิศทั้งพระราชทรัพย์และพระวรกาย เพื่อการศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์เพื่อพัฒนาการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้า อันเป็นคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ต่อปวงชนชาวไทยมาจนถึงปัจจุบัน และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันไทย" และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ด้วยพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ได้รับความทุกข์ยากจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย"  

        พระราชานุสาวรีย์นี้ ถอดแบบมาจากพระราชานุสาวรีย์ที่ประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง โดยพระรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงฉลองพระองค์ทหารเรือในพระราชอิริยาบถทรงยืน คู่กับพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประทับพระเก้าอี้ ประดิษฐานอยู่บนฐานสองระดับ ปูพื้นด้วยหินแกรนิตและกระเบื้อง โดยมีนายเสวต เทศน์ธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) เป็นประติมากร และกรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมการถอดแบบและการจัดสร้าง


         ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว