กรมสรรพสามิต ขยายเวลาในการบังคับใช้อัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบที่คิดตามมูลค่าร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ออกไปอีก 1 ปี

08 พ.ค. 2562 | เข้าชม : 443

กรมสรรพสามิต ขยายเวลาในการบังคับใช้อัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบที่คิดตามมูลค่าร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้อุตสาหกรรมมีเวลาปรับตัว พร้อมปรับขึ้นอัตราภาษียาเส้น 


นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตยาเส้น มีผลตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ด้วยการปรับเพิ่มภาษีตามปริมาณเพิ่มเป็น 10 สตางค์/กรัม จากเดิมจัดเก็บที่ 5 สตางค์/กรัม ซึ่งจะทำให้ยาเส้นที่ขาย 10 บาท เพิ่มเป็น 13 บาทสำหรับซองใหญ่ ส่วนซองเล็กจาก 5 บาท เพิ่มเป็น 7 บาท 

ทั้งนี้ภาษียาเส้นไม่ได้ปรับเพิ่มมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี โดยโรงงานหั่นยาเส้นของประชาชนเพื่อส่งให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย จะได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการรปรับภาษีครั้งนี้จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มกว่า 2,000 ล้านบาท จากยอดภาษีสรรพสามิตยาสูบทั้งระบบ ที่มีถึง 60,000 ล้านบาท/ปี 

อีกทั้งหลังจาก ครม. ได้ปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตยาสูบ เมื่อเดือนตุลาคมปี 2560 ได้ส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงหันมาสูบยาเส้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้รายได้ภาษียาเส้นเพิ่มจาก 12 ล้านกิโลกรัม เพิ่มเป็น 26 ล้านกิโลกรัม หรือเพิ่ม 2 เท่าตัว ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้า ตลอดจนเกษตรกร  ผู้ปลูกใบยาสูบ อีกทั้งยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคยาเส้นที่มีการบริโภคเพิ่มขึ้น เนื่องจากยาเส้นที่นำไปทำเป็นบุหรี่มวนเองโดยไม่มีก้นกรอง ทำให้ได้รับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ที่ประชุม ครม. จึงมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาจัดเก็บภาษีตามมูลค่าร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้เกิดการปรับตัวและการพัฒนาในด้านต่างๆ


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : กริช  รวิวรรณ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย