รองนายกรัฐมนตรี ย้ำ ประชาชนไทยจะได้เห็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามราชประเพณีโบราณสมบูรณ์ที่หาชมได้ยากในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้

20 เม.ย. 2562 | เข้าชม : 442

รองนายกรัฐมนตรี ย้ำ ประชาชนไทยจะได้เห็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามราชประเพณีโบราณสมบูรณ์ที่หาชมได้ยากในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ โดยเฉพาะพิธีการจัดทำน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ความรู้ที่ปวงชนชาวไทยควรทราบ" จัดโดย สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้าและสถาบันพระปกเกล้า ว่า ธรรมเนียมของประเทศไทยที่ถือปฏิบัติมาแต่โบราณที่มีความยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศมี 2 พิธี คือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพราะเกิดขึ้นได้ยากต้องอาศัยเหตุ ฤกษ์เวลาและความเหมาะเจาะ จึงต้องจัดพระราชพิธีอย่างยิ่งใหญ่ตามโบราณราชประเพณีทั้งหมดตามแบบของศาสนาพราหมณ์ผสมผสานกับศาสนาพุทธที่เริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เพื่อไม่ให้ห่างไกลจากพระพุทธศาสนา โดยประชาชนไทยจะได้เห็นในช่วงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นการป่าวประกาศให้เทวดารู้ว่าบัดนี้จะมีพระมหากษัตริย์เกิดขึ้นอีกพระองค์ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือเรียกว่า "วันฉัตรมงคล" 

ส่วนวันขึ้นครองราชย์ หรือการเปลี่ยนรัชกาล หรือการเปลี่ยนแผ่นดิน ถือเป็นการป่าวประกาศให้ประชาชนรู้ว่ามีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ที่มีศักดิ์มีสิทธิ์ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ แต่มีข้อจำกัดคือทรงเป็นได้แค่ "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทำให้วันขึ้นครองราชย์กับวันบรมราชาภิเษกมีความแตกต่างกันแต่มีความสำคัญต่อพระมหากษัตริย์ทั้ง 2 วัน ซึ่งธรรมเนียมและราชประเพณีแบบนี้ชาติตะวันตกไม่มี 

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องทำให้ครบ 3 พิธี โดยใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านฤกษ์เสกน้ำอภิเษก ประกอบด้วย สรงพระมุรธาภิเษก (อาบน้ำ) ถวายน้ำอภิเษก (รดน้ำ) และสวมพระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นหนึ่งใน 5 สิ่งของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เมื่อทำครบทั้งหมด 3 พิธี ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 12.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 จะเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใหม่จะได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการขึ้นเป็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" 


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยาพรรณ ยังเทียน / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย