สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์

05 มี.ค. 2562 | เข้าชม : 75

      วันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 9.36 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของกลุ่มผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 (หนึ่งร้อยห้า) พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในปี 2556 เกิดอุทกภัยขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ราษฎรซึ่งส่วนใหญ่ทำนาข้าวหอมมะลิ ได้รับความเดือดร้อน พื้นที่เพาะปลูกเสียหายเป็นจำนวนมาก

       จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิชัยพัฒนา นำพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ไปแจกจ่ายแก่ราษฎรในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ กับให้ชวนราษฎรเข้าร่วมโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดี สะสมสำรองไว้เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน ในกรณีที่มีภาวะฉุกเฉินหรือประสบภัย รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชให้ได้สายพันธุ์ที่ดี ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ ได้มีการพัฒนาเป็นไปตามลำดับ โดยในปี 2561 มีผลผลิตพันธุ์ข้าวผ่านเกณฑ์เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน จำนวนกว่า 130 ตัน  นอกจากนี้ สมาชิกฯ ยังได้รับพระราชทานสระน้ำในแปลงนา เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าแล้ง พร้อมทั้งได้รับพระราชทานปลานิลจิตรลดาและเป็ดไข่ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างอาชีพและรายได้ ปัจจุบันมีสมาชิก 121 คน

      ในการนี้ มีพระราชปฏิสันถาร กับสมาชิกโครงการฯ ให้มีกำลังใจ มีความอดทน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการผลิตพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ

      ทั้งนี้ ราษฎรในพื้นที่ยังได้ร่วมใน"โครงการทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน" โดยนำกิ่งพันธุ์ไม้ผลพระราชทาน ไปปลูกริมถนนและพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้าน พร้อมทั้งช่วยกันดูแลให้เจริญเติบโต โดยผลผลิตที่ได้จะนำไปแบ่งปันกันในหมู่บ้านและจำหน่ายสร้างรายได้เสริม


      เวลา 10.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ในการพระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 แก่เกษตรกรทำนาหรือชาวนา ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ประสบภัยแล้งในปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2561 เกิดภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน เกิดความเสียหายแก่ชาวนาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าชาวนาได้รับความเสียหาย ทั้ง 14 อำเภอ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยเกษตรกรดังกล่าว ที่ทำนาเป็นอาชีพหลัก ปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง เกิดความเดือดร้อน ทำนาไม่ได้ผลผลิต เกิดภาระหนี้สิน ตัองออกไปรับจ้างยังที่อื่น และยังขาดเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 1 ล้าน 1 แสน 2 หมื่น 560 กิโลกรัม ที่เก็บสำรองไว้ที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริจังหวัดสุรินทร์ มาแจกจ่ายให้แก่เกษตรกร นำไปเพาะปลูกในฤดูกาลทำนาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้พระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 แก่เกษตรกรทำนา รวมกว่า 3,700 ตัน

      โอกาสนี้ พระราชทานพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 207 ตัน 720 กิโลกรัม ให้แก่นายอำเภอ ที่เป็นตัวแทนชาวนา ทั้ง 14 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปมอบให้แก่ชาวนา จำนวน 1,928 คน ใช้เพาะปลูกและฟื้นฟูการทำนาในพื้นที่ 1 หมื่น 3 พัน 848 ไร่ จะสามารถนำไปเพาะปลูกได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเฉลี่ยเป็น 15 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟื้นฟูให้ชาวนา มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพปลูกแล้ว ยังเป็นขวัญกำลังใจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวนาด้วย

      ในการนี้ มีพระราชปฏิสันถาร กับเกษตรกรทำนา ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทในครั้งนี้ มีใจความสำคัญว่า การทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา เป็นเรื่องยาก ต้องอาศัยความตั้งใจ และต้องพึ่งพาดินฟ้าอากาศ ในหลายปีที่ผ่านมา ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเกษตรกรหลายครั้ง เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือ และให้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริจังหวัดสุรินทร์ขึ้น เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพสำหรับแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรทำนาใช้เพาะปลูก ซึ่งพบว่าการทำนา คนที่มีความชำนาญและปลูกข้าวได้เก่งที่สุดคือชาวนา และในปีที่ผ่านมาชาวนาได้ประสบภัยแล้ง และมีพายุพัดถล่มเสียหาย อีกทั้งในปีนี้ มีการประกาศล่วงหน้าว่าจะมีความแห้งแล้งอีก จึงมีพระราชดำรัสอวยพรแก่เกษตรกรทำนา ให้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระราชทาน ไปปลูกได้ถูกเวลา และมีผลเจริญงอกงามดี


      เวลา 12.14 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ที่เริ่มดำเนินการปลูกผักปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพสามารถเก็บเมล็ดปลูกต่อได้จากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ โดยให้พลทหารกองประจำการที่สนใจ เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้การปลูกผักปลอดภัยทุกขั้นตอน มีครูฝึกที่ผ่านการอบรมจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริจังหวัดเชียงราย เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรต้นพริกจินดา เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน โดยเริ่มทดลองปลูกเมื่อเดือนตุลาคม 2561 พื้นที่ 156 ตารางเมตร ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นดินภูเขาไฟ พบว่า ให้ผลิตดี เก็บผลผลิตได้ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อวัน สำหรับโครงการทหารพันธุ์ดีแห่งนี้ นอกจากกำลังพลจะได้ความรู้แล้ว ยังได้ถ่ายทอดความรู้และขยายผลโครงการฯ ให้แก่ประชาชนที่สนใจในพื้นที่ใกล้เคียงและชุมชนต่างๆ เช่น บ้านสง่างาม บ้านหนองโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ อำเภอห้วยราช อำเภอสตึก เป็นต้น เพื่อมีผักปลอดภัยบริโภคกันในครัวเรือน หากมีมากก็สามารถนำไปจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน

      จากนั้น ทอดพระเนตรศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ของกองพันทหารราบ ที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ ดำเนินการตามพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักพันธุ์พื้นเมือง และผักที่กำลังเป็นที่ต้องการของท้องตลาด เช่น มะนาวพันธุ์แป้น ผักบุ้ง เสาวรส กล้วยน้ำว้า และมะม่วง โดยผลผลิตที่ได้ ร้อยละ 40 นำไปประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพลที่โรงประกอบ , ส่วนอีกร้อยละ 60 นำไปจำหน่ายที่ตลาดอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งรายได้นำมาเป็นเบี้ยเลี้ยงให้แก่กำลังพลและเป็นทุนการศึกษาให้แก่ลูก ๆ ของกำลังพลต่อไป 

      นอกจากนี้ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ยังได้ทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน และปุ๋ยไม่กลับกอง น้ำจุลินทรีย์ ไว้ใช้กับผลผลิตภายในแปลง การเลี้ยงไส้เดือนในบ่อซีเมนต์ นำมูลมาทำปุ๋ย และเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่

      ในการนี้ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก และไก่กระดูกดำ จำนวน 10 ตัว แก่กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 แล้วทรงเยี่ยมราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ


      เวลา 14.08 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านตาลอง หมู่ 7 ตำบลทุ่งวัง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ขยายผลโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 26 สู่ชุมชน โดยหมู่บ้านแห่งนี้ มีพื้นฐานเป็นชุมชนเข้มแข็ง คนในชุมชนมีความรักสามัคคี มีการปลูกผักในครัวเรือนเพื่อรับประทานเอง และมีการเลี้ยงสัตว์ และมีกิจกรรมภายในชุมชน อาทิ การทำโฮมสเตย์ การทอผ้าไหมด้วยกระบวนการยอมสีธรรมชาติ การผลิตแก๊สจากมูลวัว จึงเป็นชุมชนที่มีความพร้อมเหมาะสําหรับการเป็นพื้นที่ขยายผลโครงการฯ โดยในปี 2561 เจ้าหน้าที่โครงการฯ ได้ลงพื้นที่ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดภัย การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน ไว้ใช้เอง เนื่องจากในหมู่บ้านมีการเลี้ยงวัวกว่า 300 ตัว สามารถนำมูลวัวมาใช้ทำปุ๋ยดังกล่าวเพื่อช่วยลดรายจ่าย

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ซึ่งโครงการฯ ได้เข้าไปสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน ทำให้ได้เมล็ดพันธุ์พืชที่มีความหลากหลายและเป็นเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพ ที่ผ่านมา มีการมอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานแก่ตัวแทนเกษตรกร 25 คน เพื่อนำไปเพาะขยายพันธุ์ผักสู่ชุมชน

      จากนั้น ทอดพระเนตรลูกไก่กระดูกดำ ที่เกิดจากพ่อแม่พันธุ์พระราชทาน โดยโครงการฯ ได้มอบพ่อแม่พันธุ์ไก่กระดูกดำและไก่ประดู่หางดำ รวม 7 ตัว แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ 2 คน สำหรับเลี้ยงขยายพันธุ์ ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์ไก่ทั้งสองสายพันธุ์ได้รวมทั้งสิ้น 52 ตัว ทั้งนี้ คนในชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของโครงการฯ เป็นอย่างดี ส่งผลให้มีพืชผักปลอดภัยไว้รับประทานเองในครอบครัว เหลือจำหน่ายสร้างรายได้ ตลอดจนมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อและแบ่งปันแจกจ่ายภายในชุมชนด้วย

      โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด


      เวลา 15.04 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านทุ่งวัง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ทอดพระเนตรการขยายผลโครงการทหารพันธุ์ดีสู่โรงเรียน ซึ่งกำลังพลโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 26 ได้นำความรู้จากการอบรมการปลูกผักปลอดภัยที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริจังหวัดเชียงราย และการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จ ไปขยายผลสู่โรงเรียน ให้ครูและนักเรียน เรียนรู้การปลูกผักปลอดภัย โดยกำลังพล ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริจังหวัดสุรินทร์ เข้าไปดูแล ฝึกอบรมเรื่อง ต่างๆ เช่น การผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน และมอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน เมื่อปี 2561 รวม 14 ชนิด ซึ่งโรงเรียนได้จัดสรรพื้นที่ปลูกผักปลอดภัย 1 ไร่ ปัจจุบันปลูก 12 ชนิด ให้ผลผลิต 3 ชนิด ได้แก่ กระเจี๊ยบเขียว มะเขือเจ้าพระยา และมะเขือขาวกรอบ ทั้งยังใช้สารสกัดจากยาเส้นกำจัดเพลี้ย และเดินระบบประปาในแปลงผัก จนมีจำนวนเพลี้ยลดลง และมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง โดยพื้นที่ปลูกผักปลอดภัยของโรงเรียน ยังเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชนโดยรอบด้วย

      ที่ผ่านมา โรงเรียนยังได้ดำเนินงานโครงการเกษตรเสริมอาหารกลางวัน โดยผลผลิตที่ได้จากการดำเนินงานด้านการเกษตรต่างๆ ได้นำไปประกอบอาหารกลางวัน และให้นักเรียนนำกลับไปที่บ้าน


      เวลา 16.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 (หนึ่งร้อยห้า) พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" บ้านกระเบื้อง ตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีในการทำนา เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เกษตรกรอื่น ๆ ปัจจุบันมีสมาชิก 24 ราย พื้นที่ปลูกข้าว 161 ไร่ สำหรับปี 2561 ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน บ้านกระเบื้อง สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านเกณฑ์เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ 60 ตัน 848 กิโลกรัม

      โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางสาวสุพัตรา ชัยวิฆเนศ (ไช-วิ-คะ-เนด) เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโค จำนวน 32 ตัว เป็นเพศผู้ 15 ตัว และเพศเมีย 17 ตัว เพื่อพระราชทานแก่สมาชิกผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน บ้านกระเบื้อง เพื่อนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมต่อไป

      ในการนี้ มีพระราชปฏิสันถารกับสมาชิกผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน บ้านกระเบื้อง โดยพระราชทานกำลังใจแก่สมาชิก และให้ทำนาแบบอินทรีย์ต่อไป เพราะทำได้ดีอยู่แล้ว รวมทั้งให้ปลูกพืชผักสวนครัว เพราะมีน้ำบริบูรณ์

      โอกาสนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์   ขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็ดเทศกบินทร์บุรี จำนวน 12 ตัว และหมูดำเชียงใหม่ จำนวน 4 ตัว เพื่อทรงใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัย


      ข่าวในพระราชสำนัก สทท.



ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว