สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดนครพนม

20 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 79

      วันที่19 ก.พ.2562  เวลา 9.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองตะไก้ ตำบลโป่งเปือย อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาให้นักเรียน ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านโนนสว่างซึ่งห่างจากหมู่บ้านถึง 4กิโลเมตร และถนนเป็นเลนโคลน ปัจจุบัน มีนักเรียน 50 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ครู ตชด. 5 นาย ครูอัตราจ้างและครูอาสา 2 คน

      ในการนี้ ทรงฟังคำกราบบังคมทูลรายงานของผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 เกี่ยวกับโครงการพัฒนาจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ซึ่งพบว่า โรงเรียนในสังกัดฯ 18 โรง ยังมีนักเรียนอ่านหนังสือไม่ได้ตามเกณฑ์ 24 คน ได้แก้ไข โดยให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไปฝึกอบรมเพิ่มทักษะการสอนภาษาไทยให้แก่ครูทุกนายและคน และหลังเลิกเรียนให้ทุกโรงเรียนจัดให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือแล้วเขียนบรรยายเรื่องที่อ่านส่งครู

      ในการดำเนินงานตามพระราชกระแส ทางกรมอนามัย ได้เก็บตัวอย่างน้ำในโรงเรียน 17 แห่งไปตรวจ พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด โดยโรงเรียนตชด.บ้านห้วยหมากหล่ำ อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี แหล่งน้ำอุโภคบริโภค ยังไม่พร้อมให้บริการโดยประชาชนใช้น้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสนับสนุนถังเก็บน้ำ

และน้ำประปา ตามที่ประชาชนกราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาโดยปรับสภาพน้ำเบื้องต้นด้วยการเติมคอลรีน นอกจากนี้ ครูอนามัย ได้จัดทำโครงการกำจัดเหาที่โรงเรียน ตชด.บ้านไทยเสรี และดำเนินโครงการฝึกอาชีพให้นักเรียนและผู้ปกครอง ที่โรงเรียน ตชด.บ้านคำชมภู

      สำหรับโรงเรียน ตชด.บ้านหนองตะไก้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้เข้าไปช่วยปรับปรุงห้องสมุดและสอนนักเรียนใช้ระบบยืม-คืนอัตโนมัติ สอนนักเรียนพิมพ์คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส รวมทั้งสอนเรื่องการผสมสระ โดยใช้สื่อการร้องเพลง และใช้สื่อผสมคำ

      อีกทั้ง มีโรงเรียนบ้านโป่งเปือย ไปช่วยสอนทักษะมวยไทยให้แก่นักเรียน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย

      ในส่วนของกิจกรรมอาหารกลางวัน ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ไปดูแลผู้ปกครองที่ไปช่วยปรุงอาหาร ได้เรียนรู้เรื่องสุขอนามัยโรงครัว สอนการแปรรูปอาหารจากผลผลิตในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อส่งขายร้านค้าสหกรณ์ในโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬไปสอนฝึกอาชีพให้แก่นักเรียน อาทิ การซ่อมแซมดูแลบำรุงรักษาจักรยาน และการทำของชำร่วย

        ด้านกิจกรรมสหกรณ์ สอนนักเรียนทำบัญชีต้นทุนในการทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน การทำบัญชีจัดการงบประมาณเพื่อประกอบอาหารกลางวัน

        ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในปี 2559 ถึง 2562 มีพื้นที่ 23 ไร่ ผู้ปกครองร่วมกันทำการเกษตรผสมผสาน ปลูกผักเลี้ยงสัตว์แบบเกื้อกูลกัน ผลผลิตเพียงพอในฤดูหนาว มีการถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงปลา ขยายความรู้สู่ชุมชน และสามารถผลิตไข่ไก่ขาย ได้กว่า 48,000 บาท 

      โอกาสนี้ เกษตรจังหวัดขอนแก่น กราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ ซึ่งดำเนินกิจกรรมใน 6 อำเภอ สมาชิก 208 คน เริ่มดำเนินการปี 2556 ส่งผลให้สมาชิกอำเภอกระนวน มีความรู้ในการผลิตเสื่อกกแปรรูปเป็นกระเป๋าถือ สมาชิกอำเภอซำสูง สามารถผลิตพืชผักปลอดสารพิษซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งขายที่ ท๊อป ซุปเปอร์มาเก็ต ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสมาชิกอำเภอน้ำพอง มีรายได้จากการทำน้ำพริกจิ้งหรีด สมาชิกอำเภอเปือยน้อย ผลิตผ้าไหมผ้าฝ้ายออกจำหน่าย ปัจจุบัน สมาชิก 6 กลุ่ม มีเงินออม 332,000 บาท

      จากนั้น ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียน ตชด.บ้านหนองตะไก้ ซึ่งมีสมาชิก 30 คน กราบบังคมทูลรายงาน การกลับมาช่วยเหลือพัฒนาโรงเรียนตามสาขาที่จบการศึกษาและความสามารถ เช่น สอนภาษาอังกฤษ สอนการเล่นดนตรีไทยและดนตรีสากล การเล่นกีฬาฟุตบอล และตะกร้อ 

      โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

        เวลา 11.20 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาแวง หมู่ 8 ตำบลนาสวรรค์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเปิดการเรียนการสอนเมื่อปี 2539 สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 จังหวัดอุดรธานี ปัจจุบัน มีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 50 คน ครู ตชด. 5 นาย , ครูอาสา 1 คน ,และครูที่เข้าโครงการแบบการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง 1 คนสำหรับปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต่ำกว่าเกณฑ์ ทางโรงเรียนจึงได้นำสื่อเทคโนโลยีเข้าไปบูรณาการการสอน ทำให้นักเรียนให้ความสนใจมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะในรายวิชาคณิตศาสตร์นำโปรแกรม scratch ซึ่งนักเรียนสามารถเขียนการ์ตูนแบบง่าย ๆ ด้วยตนเองในการตั้งโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และมีการสอนเสริมนอกเวลาเรียนวันละ 1 ชั่วโมง รวมทั้งให้เด็กนักเรียนนั่งสมาธิอีกด้วย

      โรงเรียนนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฯ ฉบับที่ 5 ในเป้าหมายต่าง ๆ อาทิ การเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการงานอาชีพ โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางการเกษตรแบบยั่งยืนในการผลิตอาหารเพื่อการบริโภค ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรประจำปีการศึกษา 1/2561 ทั้งปศุสัตว์และพืชเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน ยกเว้นถั่วเมล็ดแห้งได้วางแผนในการปลูกถั่วเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการโดยปลูกในพื้นที่ว่างของโรงเรียนและแจกจ่ายเมล็ดถั่วให้กับผู้ปกครองไปปลูกที่บ้านแล้วนำผลผลิตที่ได้มาจำหน่ายให้แก่โรงเรียน 

   นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์บริการความรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ชุมชนโดยเข้าไปเรียนรู้ในการปลูกพืชผัก สมุนไพร และปศุสัตว์ อาทิ การเพาะเห็ด , การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน หมูเหมยซ่าน ไก่งวง กบ เป็ดเทศ ปลาดุก และกบ

      ทั้งนี้ โรงเรียนประสบปัญหาค่ากระแสไฟฟ้าในการใช้สูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าไปใช้ในการเกษตรของโรงเรียน , ทางกรมชลประทาน จึงทำการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงเรียนจำนวน 4 แผง เพื่อลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว

      ด้านการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะอาชีพ ได้ส่งเสริมวิชาชีพที่สามารถต่อยอดนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ อาทิ ช่างตัดผม การปักสะดึง และงานซ่อมจักรยาน โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ นอกจากนี้ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรชุมชนเข้าไปสอนแปรรูปและการถนอมอาหารให้แก่นักเรียน อาทิ กล้วยตาก , กล้วยเส้น , ปลาดุกร้า , ปลาดุกแดดเดียว หน่อไม้ดอง และการทำน้ำยาอเนกประสงค์

      สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ได้เข้าไปให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียนและชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมในการนำสมุนไพรพื้นถิ่นมาทำเป็นลูกประคบ , น้ำว่านเสลดพังพอน และยาหม่องไพลสด เป็นการสร้างรายได้แก่นักเรียนและชุมชนอีกทางหนึ่ง

      นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิ ซีซีเอฟ เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ได้ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน จำนวน 16 คน และการเคหะแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนโต๊ะ-เก้าอี้ จำนวน 34 ชุด

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเริ่มเมื่อปี 2556 ใน 5 ระยะ ในพื้นที่ 5 อำเภอประกอบด้วย อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอวาปีปทุม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอบรบือ และอำเภอนาดูน มีเกษตรกรรวมจำนวน 150 คน ปัจจุบัน เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง ทำให้แต่ละหมู่บ้านลดปัญหาเรื่องรายจ่าย และมีผลิตภัณฑ์ประจำชุมชนเกิดขึ้น

      จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ไปตรวจรักษานักเรียนและประชาชนในพื้นที่ มีผู้ไปรับบริการ 162 คน ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และทางทันตกรรม และทรงเยี่ยมราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จ


      เวลา 15.03 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ในการนี้ ทรงเปิดอาคาร "วตท. 17 และมูลนิธิเอสซีจี" ซึ่งนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 17 และมูลนิธิเอสซีจี จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่อใช้เป็นอาคารเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 เป็นอาคารชั้นเดียว ขนาด 10 ห้อง 

      ศูนย์การเรียนฯ นี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2557 เปิดสอนระดับชั้นปฐมวัยถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 64 คน ครูและบุคลากร รวม 10 คน

      สำหรับ ผลการดำเนินงานด้านการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2560 มีผลการสอบเอ็นที ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ด้านการคำนวณ และด้านภาษา โดยนักเรียนที่จบการศึกษา เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาทุกคน

      โดยศูนย์การเรียนนี้ ยังเป็นศูนย์บริการ USO NET ซึ่งนอกจากจะเปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนแล้ว ยังเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล และให้บริการอินเทอร์เน็ต สำหรับคนในชุมชนด้วย

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงความสามารถของนักเรียนที่ชนะการประกวดร้องเพลงสากล ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี 2561 โดยนักเรียนหญิงของโรงเรียนยังมีความสามารถโดดเด่นด้านกีฬา ชนะเลิศการแข่งขันวอลเล่บอลหญิง ประถมศึกษา ระดับอำเภอ 3 ปีซ้อน

      ด้านกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพ ทางมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปสนับสนุนอุปกรณ์ พร้อมสอนการตัดผมชาย และมีปราชญ์ชาวบ้านมาสอนการทอสื่อกก และไม้กวาดดอกหญ้า นอกจากนี้ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ยังได้เข้าไปเป็นเครือข่าย จัดทำโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงร่วมกัน แบ่งการดำเนินงานเป็น 5 ระยะ มีกิจกรรมเด่น อาทิ ผักปลอดจากสารพิษ, ฟาร์มชุมชน และการแปรรูปอาหาร

      โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สามารถปลูกพืชผักหมุนเวียนตามฤดูกาลได้เพียงพอต่อการบริโภค โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นแหล่งโปรตีน ได้ผลผลิตเป็นอย่างดี สามารถแบ่งขายเข้าระบบสหกรณ์โรงเรียน และยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรแก่คนในชุมชนด้วย

      ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมราษฎรและหน่วยแพทย์พระราชทานที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไปตรวจรักษาประชาชน โดยมีผู้ไปรับบริการ จำนวน 164 คน ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อและกระดูก และระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : เกศวรรณ ธนวัฒน์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว