สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครพนม

19 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 294

      วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 9.11 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือนจำกลางนครพนม ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา 2 เมษายน 2546 มีพื้นที่ให้บริการ 200 ตารางเมตร ภายในห้องสมุด ได้จัดมุมเรียนรู้และจัดหนังสือสารสนเทศให้เหมาะสมเพื่อประโยชน์ต่อการใช้บริการและการเรียนรู้ของผู้ต้องขัง อาทิ มุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คลินิกรักษ์หนังสือ นอกจากนี้ มีบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ประจำแดนต่างๆ ด้วย

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ของเรือนจำกลางนครพนม อาทิ การพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนต์ และศึกษาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการขัดเกลาจิตใจผู้ต้องขัง การเรียนการสอนหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคนิคนครพนม และกิจกรรมส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง เมื่อพ้นโทษแล้วจะได้มีอาชีพสร้างรายได้ เป็นการคืนคนดีสู่สังคมต่อไป โดยจัดเป็นหลักสูตรระยะสั้น 75 ชั่วโมง

อาทิ ช่างเสริมสวย , ช่างตัดผมชาย , งานเขียนลายทองเหลือง , การทำขนมไทยและเบเกอรี่ , การทำเครื่องดื่มชาและกาแฟ และกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ เช่น การปลูกข้าวแบบนาดำและนาหว่าน , การเลี้ยงปลาในนาข้าว , การปลูกพืชผักสวนครัว , และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

      เรือนจำกลางนครพนม มีอำนาจควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิงที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาจำคุกไม่เกิน 30 ปี และมีอำนาจกักขังผู้ต้องกักขังผู้ต้องขังไม่เกิน 2 ปี มีพื้นที่ทั้งหมด 1,229 ไร่ และมีพื้นที่ส่วนควบคุมภายใน 39 ไร่ 1 งาน ปัจจุบันมีผู้ต้องขังและผู้ต้องกักขัง ในความควบคุม 4,447 คน มีเจ้าหน้าที่ 136 นาย


      เวลา 10.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม จัดสร้างขึ้นเป็นลำดับที่ 105 ของประเทศเนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุ 36 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2534 เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 เปิดให้บริการเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งพระราชสิริวัฒน์ (พระ-ราด-สิ-ริ-วัด) รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดสว่างสุวรรณาราม ประมาณ 1 ไร่ จัดสร้างเป็นห้องสมุด และได้รับงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. ร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินจัดสร้าง

      โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานหนังสือแก่ห้องสมุดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ หนังสือพระราชนิพนธ์ หนังสือเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ พระราชกรณียกิจและพระราชประวัติ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซีดีเพลงพระราชนิพนธ์ หนังสือด้านการเกษตร และหนังสือทั่วไป

      ภายในห้องสมุด มีการจัดมุมศาสนาและประวัติศาสตร์ แสดงนิทรรศการเอกสารโบราณที่ค้นพบในพื้นที่จังหวัดนครพนมในยุคล้านช้าง ได้แก่คัมภีร์อักษรธรรม (ทำ) อักษรไทยน้อย และอักษรขอม มีการสาธิตการจารอักษรโบราณ โดยอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ทั้งนี้เพื่อเป็นการฟื้นฟูและสืบทอดการจารอักษรไทยโบราณแบบภาคอีสาน แก่คนรุ่นหลัง และการแสดงผ้าห่อคัมภีร์ ซึ่งตามความเชื่อในท้องถิ่นอนุภาคลุ่มน้ำโขงที่ห้ามผู้หญิงจับคัมภีร์ หากผู้หญิงคนใดอยากได้บุญ จึงต้องใช้วิธีทอผ้าห่อคัมภีร์ถวายเป็นกุศล

      กศน. ยังได้สนองพระราชดำริฯ ในการส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ตั้งแต่ปี 2537 และเมื่อปี 2559 ได้ทำการสำรวจประชากรในอำเภอเมืองนครพนม ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนกว่า 50,000 คน พบว่า มีผู้รู้หนังสือกว่า 47,000 คน มีผู้ไม่รู้และผู้ลืมหนังสือกว่า 4,000 คน จึงได้ดำเนินโครงการมรุกขะโมเดล นวัตกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือไทย เปิดสอนหนังสือแก่ผู้สูงอายุและคนทั่วไปซึ่งเป็นกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือและกลุ่มผู้ลืมหนังสือ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

      อีกทั้ง มีการสาธิตการเล่นโอหล่าง และการเล่นดีดเม็ดมะขาม เพื่อฝึกการคิดคำณวน และการวางแผนเพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด อันเป็นการอนุรักษ์การละเล่นแบบโบราณของภาคอีสาน

      นอกจากนี้ ยังรวบรวมเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวจังหวัดนครพนม จำนวน 15 เพลง ซึ่งปราชญ์ชาวบ้านแต่งขึ้นเมื่อปี 2546 โดยประชาชนได้นำเพลงเหล่านี้มาใช้ประกอบการออกกำลังกายตอนเช้าที่ริมแม่น้ำโขง

      จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการถาวร บริเวณชั้น 2 จัดแสดงความเป็นมาของจังหวัดนครพนม อาทิ ชนเผ่าไทยจังหวัดนครพนม ที่มีจำนวน 8 เผ่า อาทิ เผ่าไทกะเลิง และไทกวน สาธิตการทอผ้ามุก ซึ่งเป็นลายผ้าโบราณร่วมสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ของจังหวัดนครพนม เป็นลายดอกสีขาวคล้ายเครื่องประดับมุก และหน้ามุขของโบสถ์วิหาร โดยกลุ่มศิลปาชีพนาหว้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ร่วมสืบสานการทอผ้ามุกเพื่อเป็นการอนุรักษ์ต่อไป

      ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี อำเภอเมืองนครพนม เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเวลา 8.30 น. ถึง 16.30 น.


       เวลา 14.02 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหาดทรายเพ ตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน  จังหวัดนครพนม  ครั้งที่ 6 ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2520  เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมี พ.ต.ท. ทรงชัย  เทพวงศา  เป็นครูใหญ่ มีนักเรียนจำนวน 41 คน  ครูตำรวจตระเวนชายแดน (ครู ตชด.) 7 นาย ครูอัตราจ้างจากโรงเรียนคู่พัฒนา 1 คน  และครูช่วยสอน 1 คน  มีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์และศิษย์เก่าจำนวนมาก ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา การทำงานอย่างหลากหลาย ส่วนหนึ่งได้กลับมาเป็นครูคุรุทายาท ให้การศึกษาแก่นักเรียน ตชด. ตามพื้นที่ต่างๆ ด้วย

      จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมของโรงเรียน อาทิ กิจกรรมห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ได้เปิดให้เป็นศูนย์ค้นคว้าข้อมูลและเป็นศูนย์เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตระหว่างโรงเรียนและชุมชน กิจกรรมห้องตัดผม โดยวิทยาลัยเทคนิคนครพนม เข้าไปฝึกอบรมด้านวิชาชีพให้แก่นักเรียน ห้องเรียนชั้นอนุบาล มีการส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการผสมผสานของวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ด้วยการให้นักเรียนประกอบอาหารด้วยตนเอง ประเภทส้มตำ เป็นการเรียนรู้ผ่านการตวง การวัดปริมาณ และการชั่งอาหาร รวมถึงเป็นการบริหารกล้ามเนื้อ กิจกรรมฝึกอาชีพนักเรียนและชุมชน ในการทำไม้กวาดดอกหญ้า เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษ  กิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ในการละเล่นเครื่องดนตรีไทย ประเภทอังกะลุง โดยในปี 2536 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานอังกะลุงให้เป็นเครื่องดนตรีไทยประจำโรงเรียน ซึ่งในปี 2561 ได้รับรางวัลระดับเหรียณทองจากการแข่งขันวงอังกะลุงระดับประถมศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กิจกรรมห้องเรียนอัจฉริยะ เพื่อการแก้ไขปัญหานักเรียนสมาธิสั้น ด้วยการนำเทคโนโลยีจากแอปพลิเคชัน อ๊อกเมนเจทเรียลเลอรตี ในรูปแบบศิลปะสร้างจินตนาการ ช่วยแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร  เข้าไปให้การสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน  ห้องสื่อการเรียนหลักสูตรสมเด็จย่า จัดให้มีกิจกรรมมุมเวลาว่าง สร้างประโยชน์ ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ในชีวิตประจำวันมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ  อาทิ ที่คั่นหนังสือจากไม้ไอติม กระถางต้นไม้จากขวดพลาสติก  นอกจากนี้โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพันธุ์ของท้องถิ่นและสามารถรู้ประโยชน์ที่แท้จริงของพันธุ์ไม้แต่ละชนิด โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำทางการเกษตรในหน้าแล้ง ทำให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร ได้แก้ไขปัญหาด้วยการนำรถสูบน้ำนำน้ำจากแม่น้ำโขงมาช่วยเรื่องการเกษตรชั่วคราว ในการนี้มีพระราชกระแสให้กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พิจารณาก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนและประชาชนโดยเร่งด่วน  ส่วนการปศุสัตว์มีเพียงพอต่อการประกอบอาหารกลางวันตลอดทั้งปี ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานและประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด


      ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว