สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

15 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 41

      วันที่14 ก.พ. 2562 เวลา 9.28 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย-พะเยา บ้านกิ่วกาญจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 6 กิโลเมตร เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 164 คน ทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และเผ่ามูเซอ มีครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือครูตชด. 9 นาย ครูอัตราจ้าง 2 คน และครูอาสา 1 คน

      โรงเรียนฯ ได้ดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ระยะที่ 5 (ปี2560 ถึง 2569) ด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ

      ด้านการเรียนการสอน พบว่าผลการสอบ NT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ ผลการสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าระดับประเทศ แก้ไขโดยการสอนเสริมหลังเลิกเรียน และวันหยุดเสาร์อาทิตย์ รวมทั้งได้ส่งครู ตชด. ไปอบรมด้านเทคนิคการสอน เรื่องการแก้ไขปัญหาการอ่านออกเขียนได้ภาษาไทย ของนักเรียนเพิ่มเติม

      ด้านภาวะโภชนาการ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีภาวะโภชนาการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนในรายที่มีภาวะอ้วนได้ส่งเสริมให้ออกกำลังกาย และควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ ภาวะผอมและเตี้ย ได้ส่งเสริมให้นักเรียนทานอาหารให้ครบหมู่ และให้เสริมนมเป็นวันละ 2 แก้ว ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา ตรวจพบโรคหนอนพยาธิ และโรคคอพอกในนักเรียนบางส่วน ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว รวมทั้งลงพื้นที่ชุมชนให้ความรู้เพื่อป้องกันการเกิดโรค แก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

      ส่วนกิจกรรมโครงการนำร่องสาธิตสร้างป่าสร้างรายได้ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตามพระราชดำริฯ ได้เริ่มดำเนินการในปี 2560 บนพื้นที่สาธิต ที่คนในชุมชนได้ร่วมกันบริจาคให้แก่โรงเรียนฯ โดยมีกรมป่าไม้ให้การสนับสนุน การปลูกไม้ผล ไม้ใช้สอย และไม้ยืนต้นที่มีมูลค่า เพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้แก่โรงเรียนในอนาคต และเป็นพื้นที่สาธิตการทำการเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

      โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ด้านปศุสัตว์ มีเนื้อสัตว์เพียงพอต่อการบริโภค ส่วนผักและผลไม้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากโรงเรียนมีพื้นที่จำกัด แก้ไขโดยการจัดซื้อจากคนชุมชนเพิ่มเติม และได้ดำเนินการขยายพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างอาคารเรียน เพื่อปลูกผักสวนครัวและปลูกไม้เลื้อยที่กินได้เพิ่มเติมตามพระราชกระแส เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามการดำเนินงานในปี 2557 ส่วนคุณภาพน้ำบริโภค อุปโภค ได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพื่อกรองน้ำประปาภูเขา ทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภคตลอดปี

      โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไปตรวจรักษาราษฎร ซึ่งมีผู้ไปรับบริการจำนวน 203 คน ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคกล้ามเนื้อและกระดูก ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับเด็กชายสิรวิชญ์ ตันเจริญ อายุ 7 ขวบ ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ซึ่งมีภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมใต้สมอง และมีพัฒนาการเรื่องการพูดช้า ส่วนด้านทันตกรรมมีผู้ไปรับบริการ จำนวน 48 คน ส่วนใหญ่มาเคลือบหลุมร่องฟัน และอุดฟัน

      จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการส่งเสริมอาชีพนักเรียน ซึ่งมีวิทยาลัยเทคนิคเชียงรายเข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้การประกอบอาชีพ ตามความต้องการของนักเรียน เช่น การปักสดึง การทำผ้าปักลายม้ง การก่ออิฐบล็อกและฉาบปูน และงานติดตั้งไฟฟ้านอกอาคาร โดยผลงานผ้าปักลายม้ง นำไปจำหน่ายที่สหกรณ์ของโรงเรียน และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งช่วยให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตได้

      ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยม "ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกิ่วกาญจน์ องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง" ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันมีเด็กเล็กอยู่ในความดูแล 51 คน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง มีครู 3 คน เน้นการพัฒนาทักษะแบบเรียนปนเล่น เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย ทั้งด้านร่างกาย สังคม สติปัญญา และจิตใจ

      ในโอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและมูเซอ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยโรงเรียนฯ ได้แนะนำให้เข้าร่วมโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ซึ่งได้จัดสรรค์พื้นที่เพาะปลูกให้อย่างเหมาะสม สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ป่า และลดการใช้สารเคมีได้เป็นอย่างดี

      จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงร้องเพลงของนักเรียน ในบทเพลง "รัก" เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์คำร้อง เป็นบทกลอนไว้ เมื่อครั้งเจริญพระชนมายุ 12 พรรษา

         ในโอกาสนี้ ตัวแทนนักเรียนได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายช่อดอกไม้ เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก ตามความเชื่อของชาติตะวันตก อีกด้วย

        เวลา 13.27 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนสมถวิลจินตมัยบ้านห้วยแล้ง (ตชด.อนุสรณ์ ) หมู่ 2 ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น เดิมเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 93 โดยเมื่อปี 2558 ย้ายไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 ปัจจุบัน จัดการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน135 คน ครู 13 คน

        โรงเรียนฯ ได้ดำเนินงานโครงการพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่องทั้ง 8 โครงการ ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนบ้านห้วยแล้งดีขึ้น โดยมีผลสำเร็จของโครงการพระราชดำริ อาทิ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ลูกหลานของราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา

        กิจกรรมห้องสมุด ได้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน โดยจัดทำกล่องสถิติการใช้ห้องสมุด      

        ในการเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครูได้จัดสอนเสริมนำข้อสอบเก่ามาให้นักเรียนฝึกทำ และใช้สื่อการเรียนรู้ DLTV ในการทบทวนบทเรียนทำให้ผลการสอบโอเน็ตในปีการศึกษา 2560 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้คะแนนกลุ่มสาระภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2559 โดยมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ จำนวน 4 คน มี 1 คน กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ที่สาธารณรัฐอินเดีย

         ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้ผลผลิตจากการเลี้ยงสัตว์ ไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง เป็ดเทศ สุกรพื้นเมือง เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยวปลานิลในบ่อดิน ส่วนแปลงผักได้จัดหาพื้นที่นอกโรงเรียนและปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ เนื่องจากเป็นดินภูเขา เพื่อให้พืชผักได้ผลผลิตมากขึ้น ทั้งยังได้จัดทำเป็นฐานเรียนรู้ เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงานและนำไปปฏิบัติในแปลงเกษตรของตนเอง

        ในการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดทำเป็นศูนย์เรียน รู้ เล่น (ศูนย์ USO net) เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

         ด้านโครงการฝึกอาชีพ นักเรียนชายได้ฝึกทำเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมชาติ อาทิ ชั้นวางของและโคมไฟ อีกทั้งสอนทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ โดยผลงานของนักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองแดง กิจกรรมการแข่งขันจักสานไม้ไผ่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560 ทั้งยังสอนการปักผ้าม้ง โดยกลุ่มวิสาหกิจตัดเย็บท่าข้าม ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานอาชีพของราษฎร โอกาสนี้ ทรงรับซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานไม้ไผ่และผ้าปักม้งไปจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าด้วย

        นอกจากนี้ มีการสอนถนอมอาหารและแปรรูปอาหาร ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าไปช่วยสอนทำข้าวเกรียบและวุ้นจากผักและผลไม้ อาทิ จิงจู่ฉ่าย พืชผักที่ปลูกได้ในโรงเรียนที่เก็บได้ตลอดปี และกรมประมง ไปช่วยสอนการแปรรูปปลานิลแดดเดียว เป็นการฝึกทักษะอาชีพที่ให้นักเรียนรู้จักนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาแปรรูปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมและให้สามารถคิดต่อยอดนำไปประกอบอาชีพได้จริง

         ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราษฎรที่ป่วยเป็นโรคหนังแข็งไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : เกศวรรณ ธนวัฒน์

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว