สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

14 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 91

       เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 8.11 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงติดตามการดำเนินงานของโครงการฯ ที่มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดำเนินการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล เพื่อขยายพันธุ์ให้แก่ราษฎร โดยแรกเริ่มรัฐบาลบังกลาเทศ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล จำนวน 3 ตัว เป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 2 ตัว เมื่อปี 2553 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผลิตแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล สายพันธุ์แท้และสายพันธุ์ลูกผสม เพื่อให้แพะมีความแข็งแรงปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยและเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์แพะ เพื่อให้ได้ผลผลิตเนื้อ หนัง นม ที่มีคุณภาพสำหรับพระราชทานแก่ราษฎรที่สนใจ ปัจจุบันในโครงการฯ มีแพะทั้งหมด 469 ตัว ประกอบด้วย แพะแบล็คเบงกอล 278 ตัว แพะพันธุ์ซาเนน 8 ตัว แพะซาเนน-พื้นเมือง 20 ตัว แพะลูกผสม 162 ตัว และแพะบาร์บารี 1 ตัว โดยเป็นแพะที่พร้อมพระราชทาน จำนวน 135 ตัว ในปีที่ผ่านมาพระราชทานแพะแก่ราษฎรและหน่วยงาน จำนวน 267 คน ซึ่งทางโครงการฯ ส่งมอบแพะพระราชทานให้ราษฎรไปแล้ว 203 ตัว เช่น ราษฎร 84 ครัวเรือน ในจังหวัดต่างๆ อาทิเชียงราย นครสวรรค์ และหนองคาย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี และสภาเกษตรจังหวัดชัยนาท เป็นต้น

      ในการเลี้ยงแพะของโครงการฯ ยังมีหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนการดำเนินงาน อาทิ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินงานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์แพะแบล็คเบงกอล และแพะลูกผสม 3 สายพันธุ์ อาทิ การศึกษาเปรียบเทียบน้ำหนักตัวและขนาดของร่างกายของลูกแพะพันธุ์แบล็คเบงกอลที่เกิดจากพ่อพันธุ์ที่นำเข้าและพ่อพันธุ์ที่เกิดในประเทศ โดยพบว่ามีแนวโน้มที่ลูกแพะพันธุ์แบล็คเบงกอลที่เกิดจากพ่อพันธุ์ที่นำเข้ามีน้ำหนักและขนาดร่างกายดีกว่า


      เวลา 10.00 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านของนางเสาร์คำ สามารถ บ้านร่องก๊อ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นสมาชิกโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" และโครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน จี เอ พี (GAP) ซึ่งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้จัดโครงการสนับสนุนให้ราษฎรปลูกผักให้เข้ามาตรฐาน GAP เป็นการสนับสนุนให้ราษฎรปฏิบัติตามข้อกำหนดในการปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย ปลอดศัตรูพืช และมีคุณภาพที่ดี เนื่องจากราษฎรที่เข้าโครงการเป็นราษฎรในโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" มีพื้นที่ปลูกผักเป็นแปลงเล็กๆ ภายในบ้าน โดยได้รับคำแนะนำการวางแผนเพาะปลูก การไม่ใช้ยาฆ่าแมลง การใช้สารชีวภาพ การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว จากศูนย์ฯ ทำให้เกษตรในชุมชนมีรายได้สม่ำเสมอเกิดความมั่นคงในการครองชีพ

      ในปี 2561 นางเสาร์คำฯ ได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก 3 ชนิด คือ ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1 ถั่วพู และฟักทองพันธุ์อร่อย ส่งมอบไปเก็บสำรองไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ มีรายได้ 32,175 บาทต่อปี

      ปัจจุบัน ปลูกผักปลอดภัย จำนวน 22 ชนิด จำนวนร่วมกว่า 5,500 กิโลกรัม ส่งไปร้านจันกะผัก มีรายได้กว่า 1 แสน 6 หมื่นบาทต่อปี (161,879.50) และขายลูกค้าทั่วไปมีรายได้ 40,000 บาทต่อปี โดยมีต้นทุนการผลิตทั้งปีกว่า 8 หมื่นบาท (80,751.50)


      เวลา 11.42 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2552 เป็นที่ระลึกในวาระครบ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ โดยมีพระราชประสงค์ให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสะสมสำรองไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ประชาชน

      ในการนี้ หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัย พัฒนา กราบบังคมทูลรายงานการขึ้นทะเบียนพันธุ์ใหม่ในปี 2561 ซึ่งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์พืชร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้พืชสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 4 สายพันธุ์ และได้รับพระราชทานชื่อพืชสายพันธุ์ใหม่จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วย "แตงไทยหอมละมุน" "มะเขือเทศ จักรพันธ์ฯ 1" "มะเขือเทศ จักรพันธ์ฯ 2" และ "ถั่วฝักยาวล้านนาชวนอร่อย" โดยมูลนิธิชัยพัฒนา ยื่นขอขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชทั้ง 4 สายพันธุ์ ต่อกรมวิชาการเกษตร

      โอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบประกาศรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ 2548

      จากนั้น ทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ที่สำนักสารสนเทศ มูลนิธิชัยพัฒนา จัดทำระบบ QR Code เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง ได้แก่ โครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP , โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" เพื่อให้ผู้บริโภคทราบที่มาต้นทางการผลิต รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค โดยจะติดตั้ง ณ จุดจำหน่ายสินค้าของโครงการฯ

      ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรแปลงผืชผักภายในศูนย์ฯ ที่ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน พัฒนาพันธุ์พืชผักในการจำหน่าย การผลิตผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักร่วมกับชุมชน การสนับสนุนพันธุ์ผักแก่หนว่ยงานต่างๆ การปลูกผักจากเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากต่างประเทศ เป็นต้น

      ในปี 2561 ทางศูนย์ฯ ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน 9 ชนิด อาทิ มะเขือยาว พริกขี้หนูปู่เมธ และมะเขือขาวกรอบ ได้ผลผลิตรวม 432 กิโลกรัม บรรจุซองได้ 509,000 ซอง มีเมล็ดพันธุ์ผักที่รอการเก็บเกี่ยว 2 ชนิด คือ ถั่วแขกเหลืองเทพรัตน์ เบอร์ 2 และถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 2 คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 500 กิโลกรัม บรรจุซองได้ 90,000 ซอง โดยพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ราษฎร 5,601 ครัวเรือน หน่วยงาน 98 แห่ง 256,279 ซอง

      อีกทั้งร่วมกับสถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปรับปรุงพันธุ์ผัก 2 ชนิด คือ ผักกาดกวางตุ้งดอก ที่มีต้นอวบใหญ่ แข็งแรงทนทานโรค อายุเก็บเกี่ยวสั้น ให้ผลผลิตสูง ปลูกได้ตลอดปี และฟักทองผลเล็ก เนื้อหนาแน่น หวานมัน เปลือกมีลายจุดสีขาว

      โอกาสนี้ พระราชทานชื่อผลิตผลจากการพัฒนาพันธุ์ 3 ชนิด คือ กวางตุ้งเหลืองล้านนา (ผักกาดกวางตุ้งดอก) ฟักทองประกายดาวล้านนา (ฟักทองผลเล็กลายข้าวตอก) และสลัดช่อผกาพัฒนาเอง (สลัดหอมห่อสีม่วง)

      จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการผลิตสารชีวภาพและจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพต่อพืช ซึ่งศูนย์ฯ ผลิตสารชีวภาพและเชื้อจุลินทรีย์ที่เหมาะสมต่อการปล่อยธาตุอาหาร การผลิตฮอร์โมนพืช และยับยั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพืช เพื่อลดและเลิกใช้สารเคมีในการผลิตผัก

      ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรแปลงปลูกผักปลอดภัย ภายใต้มาตรฐาน GAP ที่ศูนย์ฯ สนับสนุนให้ราษฎรปลูกผักด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีสุขภาพดี โดยเกษตรกรที่เข้าโครงการของศูนย์ฯ จะสามารถผลิตผักปลอดภัยส่งจำหน่ายให้ศูนย์ฯ เพื่อจำหน่ายที่ร้านจันกะผัก ปัจจุบันมีราษฎรในอำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน และอำเภอเชียงแสน เข้าร่วมโครงการ 110 คน

      โอกาสนี้ พระราชทานวุฒิบัตรแก่ผู้แทนโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อมอบให้พลทหารกองประจำการที่เข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 24 จำนวน 190 นาย ซึ่งได้ผ่านการอบรมจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ในการเรียนรู้การปลูกผักปลอดภัยและมีคุณภาพ เพื่อให้สามารถปลูกผักบริโภคเป็นการลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ตลอดจนนำความรู้การปลูกพืชผักไปเผยแพร่แก่หมู่บ้านหรือชุมชนของตนเองได้


      เวลา 16.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยัง กลุ่มผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" บ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

      ในการนี้ ทรงกดรีโมทรถสไลด์บรรทุกระบบไฮดรอลิกพระราชทาน เพื่อยกรถเกี่ยวข้าวทอดพระเนตร รถเกี่ยวข้าวพระราชทาน และขึ้นบรรทุก

      จากนั้น ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทานโดยชุมชน และ กลุ่มผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ขึ้น ที่หมู่บ้านสันหลวงใต้ และบ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 28 ราย พื้นที่ผลิต 392 ไร่ 2 งาน สำหรับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ทุกกลุ่มจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการบริหารงานภายในกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมของกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในทุกขั้นตอน และปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น การเก็บเกี่ยวต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือ หรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปนของข้าวพันธุ์ปนอื่นหรือข้าวเมล็ดแดง สำหรับ พันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานเข้าเกณฑ์เป็นข้าวพันธุ์พระราชทาน นั้น เกษตรกรจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากราคาข้าวของกรมการค้าภายใน เพื่อเป็นรางวัลในการผลิตข้าวอย่างประณีตและมีคุณภาพ

      โอกาสนี้ มีพระราชปฏิสันถารกับสมาชิกโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" และกลุ่มเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" มีพระราชดำรัสถามถึงความเป็นอยู่ และพระราชทานกำลังใจแก่สมาชิกในโครงการฯ

      ในปี 2561 โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ผ่านเกณฑ์เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ 546,179 กิโลกรัม โดยได้พระราชทานพันธุ์ข้าวที่เป็นผลผลิตของปี 2560 ถึง 2561 แก่ราษฎรที่ประสบภัย 1,981 ราย เป็นจำนวน 466,502 กิโลกรัม เกษตรกรรับพระราชทานไปปลูกบนพื้นที่ 31,100 ไร่ 1 งาน นอกจากนี้ ยังได้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ในราคาที่ประหยัดกว่าราคาพันธุ์ข้าวในท้องตลาดแก่เกษตรกร จำนวน 81,265 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวพร้อมพระราชทาน 203,065 กิโลกรัม ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล ทำให้มีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสะสมสำรองไว้ ทั้งในยามที่ราษฎรประสบภัยธรรมชาติ หรือในยามที่ประเทศอยู่ในภาวะคับขัน


      เวลา 17.32 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของโครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งอยู่ ณ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยในปี 2561 โครงการฯ ได้รับผลผลิตเมล็ดชาจากแปลงปลูกชาน้ำมัน บ้านปูนะและบ้านปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวนกว่า 6 หมื่น 9 พันกิโลกรัม สามารถนำมาหีบเป็นน้ำมันเมล็ดชาได้กว่า 1 หมื่น 8 พันลิตร และได้ดำเนินการตามแผนงานด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ด้านการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน  คณะนักวิจัยไทยได้ร่วมกับนักวิจัยจากสถาบันวิจัยป่าไม้กวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำเนินการต่อยอดและคัดเลือกพันธุ์ชาน้ำมัน และถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเพิ่มผลผลิตชาน้ำมันแก่เกษตรกรเพื่อให้ได้พันธุ์ชาน้ำมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งหาวิธีการเพิ่มผลผลิตในอนาคตด้วย และได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการจัดเก็บเมล็ดชาน้ำมันและพืชน้ำมัน โดยบริหารจัดการ การจัดเก็บเมล็ดหลังกระบวนการลดความชื้น เพื่อควบคุมความชื้นในเมล็ดไม่ให้เพิ่มขึ้นระหว่างรอการผลิต ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเมล็ดชาน้ำมันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งปรับปรุงไซโลอบแห้งเมล็ดชาน้ำมัน หรือถังบรรจุขนาดใหญ่ ด้วยการหุ้มฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการสูญเสียความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการอบแห้งเมล็ดชาน้ำมัน ซึ่งทำให้ลดการใช้พลังงานถึงร้อยละ 55

      ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรร้าน "เมล็ดชา" ซึ่งจำหน่ายของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์ของโครงการฯ ภายใต้ตราสินค้า "ภัทรพัฒน์" (Pat-Pat) อาทิ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดต่างๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดชา ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอี และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว น้ำมันเมล็ดชา ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 6 และ 9 ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งและโรคอัมพาต น้ำมันเมล็ดงาม้อน ที่มีโอเมก้า 3 ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคความจำเสื่อม หลอดเลือดอุดตัน และอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส ที่ช่วยการทำงานของหัวใจและไต และเสื้อยืดคอกลมย้อมสีจากเปลือกเมล็ดชา และสีจากโคลนธรรมชาติ

      จากนั้น ทอดพระเนตรอาหารเมนูคาวหวานของผู้เข้าแข่งขันรายการ "MasterChef Thailand มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 3" ซึ่งได้ใช้วัตถุดิบ เป็นผักปลอดสารพิษจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และน้ำมันเมล็ดชา ของศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน ในการแข่งขันประกอบอาหาร

      ต่อจากนั้น ทรงประกอบอาหาร เมนู "ยำสลัดหมูซู่ซ่า (น้ำมันเมล็ดชา)" เพื่อเป็นเมนูพระราชทาน ประจำปี 2562 ของร้านเมล็ดชา ซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มจำหน่ายในร้านฯ ต่อไป

      โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน มูลนิธิชัยพัฒนา เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2554 ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุาฯ สยามบรมราชกุมารี

เพื่อผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับการบริโภค และทำผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบการผลิตที่เข้าใจง่าย ถูกสุขอนามัย และรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ในบริเวณโครงการฯ ยังได้ออกแบบให้เป็นส่วนพักผ่อนสาธารณะ ซึ่งเป็นทั้งจุดท่องเที่ยวที่สวยงาม และเป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมัน โดยในปีที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมกว่า 9,700 คน รวมทั้งดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่า โดยการปลูกต้นชาน้ำมันแก่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 3,417 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 694 ราย ช่วยให้คนในพื้นที่เกิดความตระหนักในการช่วยกันดูแล และอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลกัน


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว