สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประจำปีการศึกษา 2560

13 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 69

      เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 9.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประจำปีการศึกษา 2560 ณ หอประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 1 คน มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวมจำนวน 3,314 คน

      ในการนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความสำคัญตอนหนึ่งว่า "ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่บัณฑิตได้รับจากการศึกษาเล่าเรียนในแต่ละสาขาวิชา เป็นสิ่งที่แต่ละคนจะได้นำไปปรับใช้ในการทำงาน ตลอดจนการแก้ไขอุปสรรคปัญหาต่างๆ แต่การทำงานและการแก้ไขปัญหานั้น บางครั้งก็ไม่อาจอาศัยเพียงความรู้สาขาใดสาขาหนึ่ง ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือประสบการณ์ของคนใดคนหนึ่งได้ ยิ่งเป็นงานใหญ่หรือปัญหาที่ยากลำบาก ก็ยิ่งจำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ของผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่มาร่วมมือร่วมความคิดอ่านกัน บัณฑิตทั้งหลายผู้กำลังจะออกไปประกอบอาชีพการงาน จึงควรจะได้ตั้งใจให้มั่นคง ที่จะนำความรู้ความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่มาประสานส่งเสริมกับทุกคนทุกฝ่ายเท่าที่จะทำได้ เพื่อร่วมกันปฏิบัติงานน้อยใหญ่ ให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง"

      ทั้งนี้ ในปีนี้ สภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้มีมติขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์ แด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้นำแห่งการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวภูฏานให้ดีขึ้น ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งยังทรงรักษาความเป็นตัวตนแห่งชนชาติไว้ได้อย่างดียิ่ง


      เวลา 13.20 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง" ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพ การรักษาพยาบาล และการดูแลผู้ป่วยที่ทันสมัย ตามมาตรฐานการแพทย์ชั้นนำและในสาขาการแพทย์เฉพาะทางให้กับประชาชนทั่วไป และเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติของนักศึกษาสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และนักศึกษาสำนักวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง สูง 15 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 1 แสนตารางเมตร เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวของกับการแพทย์ การศึกษาและการวิจัย ซึ่งสามารถให้บริการทางการแพทย์ได้แบบครบวงจร ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยทุกระดับเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และมีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินโครงการด้านการแพทย์ของมหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาทิ "โครงการแพทย์อาสาบรมราชกุมารี" ที่ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มาตั้งแต่ปี 2560 โดยเริ่มจากการออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพของคนชุมชน ปัจจุบันมีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในความดูแลจำนวน 40 คน ทุกคนมีสุขภาพดีขึ้น และมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น ระยะต่อไปมีแผนที่จะขยายการให้บริการ ทั้งการออกเยี่ยมและออกหน่วยแพทย์ในพื้นที่ 4 จังหวัดตอนบน ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งจะเน้นการเข้าถึงและให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และส่งเสริมสุขภาพของคนในแต่ละท้องถิ่น

      จากนั้น ทอดพระเนตร "ศูนย์โรคหัวใจ จุน-สุนทรี วนวิทย์" เป็นศูนย์หัวใจที่มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สามารถช่วยแบ่งเบาการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่ก่อนหน้านี้เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในจังหวัดเชียงราย ที่สามารถให้บริการรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบ ด้วยการทำบอลลูน และการใส่ขดลวดขยายเส้นเลือดหัวใจ ได้ และ "หน่วยเฉพาะทางจักษุ" ที่ให้บริการตรวจรักษาผู้มีปัญหาทางตาที่มีความซับซ้อน โดยจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกวิธี พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน

      ทั้งนี้ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เริ่มเปิดทำการเรียนการสอนเมื่อปี 2556 โดยนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกกำลังจะจบการศึกษา จำนวน 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความประสงค์เข้าทำงานให้บริการรักษาผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


      เวลา 15.21 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยกุ๊ก หมู่ 20 บ้านห้วยกุ๊ก ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นครั้งแรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมหลังจากจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนฯ เมื่อปี 2557 โดยก่อนหน้านี้ เป็นห้องเรียนสาขาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชนัตถ์ปิยะอุย ที่อยู่ห่างไป 6.2 กิโลเมตร ปัจจุบัน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ครู ตชด. 6 นาย ครูพลเรือน 4 คน นักเรียน 90 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านห้วยกุ๊ก

      ในการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ ทางศูนย์การเรียนฯ ได้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามพระราชกระแส ในการปลูกไม้ผลเพิ่มเติม เช่น มะขามป้อม ลูกหว้า มะละกอ และ กล้วย เป็นต้น ส่งผลให้นักเรียนมีผลไม้บริโภคเพียงพอ ทั้งยังได้ดำเนินการตรวจคุณภาพน้ำ ที่ลำน้ำห้วยกุ๊กโดยกรมอนามัย ไม่พบโคลิฟอร์แบคทีเรีย สามารถนำน้ำมาให้นักเรียนดื่มได้อย่างปลอดภัย

      ในการนี้ ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ซึ่งได้พัฒนาทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยของนักเรียนในสังกัด อาทิ ให้ครู จัดสอนเสริมนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ วันละ 1 ชั่วโมง ทำการทดสอบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และจัดสอนเสริมให้แก่นักเรียนที่ไม่ผ่านการทดสอบเป็นรายบุคคล การสร้างอาคารเรียนและอาคารประกอบที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านจะนู ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามพระราชกระแส และใช้เป็นอาคารระดับประถมศึกษาแล้ว

      นอกจากนี้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ดำเนินการช่วยเหลือและสร้างบ้านให้แก่ครอบครัวนางสาวศิริจันทร์ กลิ่นคุณธรรม นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45 จังหวัดกาญจนบุรี ที่ประสบอัคคีภัยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ได้แล้วเสร็จและสามารถเข้าอยู่อาศัยเรียบร้อย รวมทั้งช่วยเหลือและสร้างบ้านให้นางสาว นูรีซัน กาเต็ง ครูอัตราจ้างศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี จังหวัดยะลา ที่ประสบอัคคีภัย เมื่อ

วันที่ 19 มกราคม 2562 ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

      เนื่องจาก ที่ตั้งศูนย์การเรียนฯ และหมู่บ้าน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว และเคยมีปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ ทางกรมป่าไม้ ได้เข้าไปให้ความรู้การอนุรักษ์ป่าไม้ให้แก่นักเรียนและราษฎร โดยดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้พื้นที่ลุ่มน้ำบ้านห้วยกุ๊ก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร เป็นแบบระบบวนเกษตร ส่งเสริมให้ปลูกกาแฟแทนข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจจำหน่ายได้ราคาสูง และให้ปลูกไม้ป่าเพิ่มเติม ช่วยให้สภาพพื้นที่มีความชุ่มชื้นและดินมี

ความอุดมสมบูรณ์อันเป็นการช่วยกันดูแลรักษาต้นน้ำลำธาร

      จากนั้น ทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ในลักษณะห้องเรียนอัจฉริยะ ที่ให้นักเรียนได้สืบค้นความรู้ต่างๆ ตามความสนใจ ทั้งยังทบทวนบทเรียนและข้อสอบด้วยตนเองได้

      ต่อจากนั้น ประธานมูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน นำตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับทุนพระราชทานทุนการศึกษาด้านภาษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 10 นาย เฝ้าทูลละอองพระบาท โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ดำเนินการตาม พระราชกระแส คัดเลือกข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนในสังกัดไปศึกษาภาษาจีน ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน รวมแล้ว 5 รุ่นๆ ละ 2 คน ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีชนพื้นถิ่นจำนวนมากใช้ภาษาจีนเป็นภาษาที่ 2

      จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการส่งเสริมอาชีพนักเรียน ซึ่งได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้วิชาชีพและนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ เช่น การทำไม้กวาดดอกหญ้า เพื่อให้นักเรียน ได้รู้จักนำวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยทำไว้ใช้ในครัวเรือน

      ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ได้ส่งเสริมให้ครู ใช้เทคนิคการสอนที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักเรียนและสอดแทรกความรู้ทางวิชาการ อีกทั้งพัฒนาครูสอนภาษาไทย โดยส่งไปอบรมการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ ซึ่งหลังจากนำกลับมาสอนนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยดีขึ้น

      โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของศูนย์การเรียนฯ ได้ผลผลิตทางการเกษตรประเภทเนื้อสัตว์และผักในปี 2561 มากกว่าปี 2560 โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปรับปรุงบำรุงดิน โดยทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ และปลูกปอเทือง อีกทั้งได้ให้ราษฎรเข้ามาเรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในที่ดินของตนเอง

      ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรการให้ ผู้บริหารบริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย ซึ่งได้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างถนนคอนกรีตจากหมู่บ้านห้วยกุ๊ก ถึงสุขศาลา ระยะทาง 150 เมตร เฝ้าทูลละอองพระบาท

      โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จ


      เวลา  19.30  น. เสด็จออก ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงร่วมประชุมกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 1/2562 โดยมีวาระการประชุมเรื่องต่างๆ อาทิ งานพัฒนาการศึกษา เช่น การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยในพื้นที่และพื้นที่ข้างเคียงโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อพัฒนาการอ่านและเขียนภาษาไทยของนักเรียน ซึ่งจะเป็นรากฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ โครงการฟื้นฟูและปรับสภาพป่าดอยตุง โดยการศึกษาวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและนักพฤกษศาสตร์ ในการปรับสภาพป่าดอยตุง จากป่าปลูกเชิงเดี่ยวให้เป็นป่าตามธรรมชาติดั้งเดิม เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น โครงการขยายผลต่างประเทศ เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด จัดโดยสํานักงานปราบปรามยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาแก้ปัญหาการปลูกพืชเสพติด น้อมนำศาสตร์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปเผยแพร่ในระดับนานาชาติ ผ่านการให้คณะเข้าศึกษาดูงานและการเดินทางไปให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลประเทศต่างๆ โครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย-เมียนมา และผลความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการขยายการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสังคม เช่น โครงการสินค้าจากสีย้อมธรรมชาติ โครงการความร่วมมือพัฒนาเซรามิกกับเมืองคาซะมะ ประเทศญี่ปุ่น และโครงการยกระดับกาแฟดอยสู่สากล ร่วมกับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เป็นต้น


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว