สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

10 ก.พ. 2562 | เข้าชม : 42

        เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 15.34 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดอัมพวันเจติยาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาพระประธานในพระอุโบสถ

        จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทรงวางพุ่มดอกไม้และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

        วัดอัมพวันเจติยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ปากคลองอัมพวาด้านเหนือ เดิมชื่อวัดอัมพวา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณะใหม่ และพระราชทานนามว่า "วัดอัมพวันเจติยาราม" มีความหมายว่า "วัดที่มีเจดีย์ และสวนมะม่วงเป็นที่รื่นรมย์และเกษมสำราญน่าเคารพบูชา"

        ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ซึ่งมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 9 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยพระองค์ทรงได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (unesco) นอกจากนี้ เป็นการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังรู้รักและหวงแหนมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย

        โอกาสนี้ พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดประเภทต่างๆ และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาสมทบเงินเข้ามูลนิธิฯ

        จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ อาทิ กิจกรรม "วิจิตร มณเฑียร" ซึ่งเป็นกิจกรรมในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย และยังเป็นการส่งเสริมกิจกรรมให้แก่เยาวชน โครงการ สืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ การดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษสืบทอดศิลปวัฒนธรรม งานช่างศิลปะ ช่างสิบหมู่ สาขาช่างศิลปไทย นิทรรศการกว่าจะเป็นหม่อนไหม รวบรวมขั้นตอนการเลี้ยงไหม การย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทอผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ และนิทรรศการด้านการเกษตร จัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ยุวเกษตรกร และจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ผลงานวิจัยด้านการเกษตรจากหน่วยงานต่างๆ 

        ต่อจากนั้น ทรงพระดำเนินไปยัง เรือนฤทัยสรรค์ ทอดพระเนตรการสาธิตการทำอาหารคาว-หวาน ตำรับชาววังของราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อาทิ มัสมั่นน้ำส้มซ่า มะปรางริ้ว และน้ำพริกชอุ่ม การแสดงการขับร้อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งพรรณนาเกี่ยวกับอาหารคาวหวานในวัง โดยใช้การบรรยายเนื้อหา ที่มีการใช้โวหารและภาษาที่สละสลวย ตลอดจนการอุปมาเพื่อสื่อถึงรสชาติ นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการทำเครื่องประดับโบราณ การทำหัวโขนจิ๋ว และการแสดงหุ่นละครเล็กออกตัวโขน ด้วย

        จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังโรงละครกลางแจ้ง "กฤษฎา-รณฤทธิ์" ทอดพระเนตรการแสดงรำอาเศียรวาท โดยศิลปินกรมศิลปากร การแสดงละครนอก เรื่องคาวี ตอน "นางคันธมาลีเข้าเฝ้า" โดยยุวศิลปิน ของมูลนิธิฯ และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน ศึกสหัสเดชะ โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และกรมศิลปากร


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว