สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดอุบลราชธานี

30 ม.ค. 2562 | เข้าชม : 201

      เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 62 เวลา 9.50 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง "โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์" ตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ทรงติดตามการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ระยะที่ 5 (ปี 2560 ถึง 2569)

      โรงเรียนนี้ เปิดทำการสอนในระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบัน มีนักเรียนจำนวน 223 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ครู ตชด. จำนวน 10 นาย สำหรับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลการสอบโอเน็ต รายวิชาวิทยาศาสตร์สูงกว่าทุกรายวิชา อีกทั้งในปีที่ผ่านมานักเรียนมีคะแนนผลการเรียนสูงขึ้นทั้งวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการเรียนการสอนแบบสมาร์ทคิดส์ ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปีที่ 6 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์ เข้าไปให้การสนับสนุนในด้านการจัดทำแอปพลิเคชัน ฟังก์ชันภาษาต่างประเทศ หรือ HP Reveal โดยจะแสดงผลของวัตถุและสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นคำศัพท์ภาษาต่างๆ อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเขมร การสาธิตการสอนภาษาไทยด้วยเทคนิคการผันวรรณยุกต์ด้วยภาษากาย ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยในปี 2561 โรงเรียนได้รับพระราชทานรางวัลครูผู้สอนดีเด่น ระดับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

      ด้านกิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการซ่อมหนังสือที่ชำรุด และกิจกรรมการเล่านิทานระดับชั้นอนุบาล กิจกรรมห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ส่งเสริมทักษะการใช้อินเทอร์เน็ต และการวาดภาพผ่านคอมพิวเตอร์ โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เข้าไปให้การสนับสนุนระบบอินเตอร์ ในส่วนของระบบไฟฟ้าและการซ่อมแซมอาคาร ได้รับการสนับสนุนจาก วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการรัตนบุรี

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกันด้วยการใช้สื่ออุปกรณ์เลียนแบบสัตว์ต่างๆ ในการเสริมสร้างจินตนาการ เพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียนเพิ่มขึ้น

      ด้านการเสริมสร้างศักยภาพของนักเรียนทางงานอาชีพ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าไปส่งเสริมการฝึกอาชีพแก่นักเรียน อาทิ โครงการสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมแกะสลักผลไม้ในงานอาหาร การร้อยมาลัย และการตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม กิจกรรมการแปรรูปอาหาร เช่น เครป พายไทย ขนมเปี๊ยะสอดไส้ถั่วมะแฮะ ไข่เค็มสมุนไพร ปลาดุกแดดเดียว   

      ส่วนกิจกรรมสหกรณ์ มีการจำหน่ายสินค้าตามความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงนำผลผลิตจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มาจำหน่ายผ่านระบบสหกรณ์ นอกจากนี้ ส่งเสริมให้นักเรียนทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อเป็นข้อมูลการใช้จ่ายประจำวัน อีกด้วย

      โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการปลูกพืชผัก ไม้ผล ปศุสัตว์ เพาะเห็ด ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งผลผลิตยังไม่เพียงพอสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงแก่นักเรียน ทางโรงเรียนฯ ได้แก้ไขด้วยการเป็นศูนย์บริการความรู้แก่ชุมชนทั้งด้านการเกษตรและการฝึกอาชีพ รวมไปถึงขยายพื้นที่เพาะปลูกไปยังชุมชน และนำผลผลิตที่ได้มาแบ่งปันให้แก่โรงเรียนส่วนหนึ่ง สำหรับแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภคและดำเนินกิจกรรมต่างๆ มาจากอ่างเก็บน้ำบ้านโพธิ์ทอง ซึ่งกรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างหอถังสูงพร้อมระบบกระจายน้ำให้แก่โรงเรียน และยังใช้การได้ดี แต่ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำมีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพ โดยในปี 2562 กรมชลประทานจะเข้าไปดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำดังกล่าวให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสน 1 หมื่น 5 พันลูกบาศก์เมตร ซึ่งโรงเรียน จะมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้เพียงพอตลอดทั้งปี

      ในการนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โรงพยาบาลกาบเชิง โรงพยาบาลสุรินทร์ สถานีกาชาดที่ 1 ไปตรวจรักษาประชาชน โดยมีประชาชนเข้ารับการตรวจรักษาจำนวน 305 คน ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ

      จากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จ


      เวลา 13.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ณ "โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เนวิน สคริมชอว์" ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 17 กิโลเมตร

      โรงเรียนฯ นี้ เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 94 คน ครู ตชด. 8 นาย และครูอัตราจ้าง 1 คน โดยตั้งแต่ปี 2557 ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนพี่-โรงเรียนน้อง ร่วมกับ โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี โรงเรียนบุณฑริกวิทยาคาร และโรงเรียนฮั้วเฉียวอุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนพี่ สนับสนุนด้านการจัดการศึกษาและสื่อการเรียนการเรียนการสอน มีการอบรมให้ความรู้แก่ครู ตชด. รวมทั้งจัดค่ายวิชาการและมอบทุนการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนน้อง

      ด้านการเสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา พบว่ามีเด็กแรกเกิด ถึง 3 ปี ในชุมชน มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์และมีภาวะเตี้ย 3 คน แก้ไขโดยร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และผู้ปกครอง ติดตามภาวะโภชนาการอย่างใกล้ชิด ส่วนในโรงเรียนฯ มีเด็กผอมและอ้วน รวม 7 คน แก้ไขโดยจัดทำโครงการกุลบุตรบุญธรรม โดยให้ครูทำหน้าที่ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดเป็นรายคน ทำให้ภาวะผอมและอ้วนดีขึ้นตามลำดับ

      ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พบว่าผลการสอบ O-net ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนสูงขึ้นจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับระเทศ ส่วนในรายวิชาอื่นๆ ที่อ่อน ได้สอนเสริมหลังเลิกเรียน และในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ รวมทั้งร่วมกับโรงเรียนในเครือข่ายสถานศึกษาสอนกวดวิชาให้แก่นักเรียนก่อนถึงช่วงสอบ 1 เดือน

      ด้านการเรียนการสอน วิชาภาษาไทยได้เน้นการสอนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งการอ่านและเขียน ในนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 มีนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านเขียนภาษาไทยลดลง ส่วนในวิชาวิทยาศาสตร์ ได้บูรณาการการสอนเข้ากับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้นักเรียนศึกษารูปร่างของเซลล์พืชพื้นถิ่นแต่ละชนิด โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูเนื้อเยื่อ และให้วาดภาพรูปร่างเซลล์ที่เห็น ทำให้นักเรียนเข้าใจถึงลักษณะทางพันธุกรรมของพืชแต่ละชนิดและเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์ ซึ่งโรงเรียนได้สำรวจพันธุ์พืชจากชุมชนใกล้เคียง และนำมารวบรวมปลูกไว้ภายในสวนพฤกษศาสตร์ และสวนพืชพรรณท้องถิ่นของโรงเรียน อาทิ ยางนา ตะเคียนทอง แสนคำ ขี้เหล็ก ชะพูล ขลู่ ผักแพว และผักหนาม

      ทั้งนี้โรงเรียนและชุมชน ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของช้างป่าที่หลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ มีช้างป่าประมาณ 35 ถึง 40 ตัว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้เข้าไปให้ความรู้แก่นักเรียนและผู้ปกครองเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการรับมือกับช้างป่าอย่างถูกวิธี รวมทั้งได้จัดทำแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ให้แก่ช่างป่า เพื่อลดความเสียหายจากการรุกพื้นที่ของช้างป่าที่เข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรของชุมชน ซึ่งประสบผลสำเร็จ มีช้างป่ารุกพื้นที่น้อยลง ปัจจุบันยังได้จัดทำโครงการศึกษาพืชอาหารช้างป่า เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

      ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการเลี้ยงไก่ไข่แบบกรงตับ และแบบปล่อยลาน เลี้ยงไก่พื้นเมือง เป็ดไข่ เป็ดเทศ และสุกร ซึ่งให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนพืชผัก และถั่วเมล็ดแห้ง ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการปรับปรุงเแปลงเกษตร แก้ไขโดยจัดซื้อเพิ่มเติมจากคนในชุมชน ส่วนการจัดหาแหล่งน้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปัจจุบันมีน้ำใช้เพียงพอ และในระยะต่อไปจะดำเนินการปรับปรุง ติดตั้งระบบสูบน้ำเพิ่มเติมให้แก่โรงเรียน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินกิจกรรมโครงการนำร่องสร้างป่าสร้างรายได้ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 บนพื้นที่สาธิต 2 ไร่ โดยมีกรมป่าไม้ให้การสนับสนุน การปลูกไม้ผล ไม้ใช้สอย และไม้ยืนต้นที่มีมูลค่า เพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้โรงเรียนในอนาคต

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 5 ระยะ มาตั้งแต่ 2556 ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 5 ดำเนินการที่บ้านดอนใหญ่ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล โดยเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มทำผักกระถางปลอดสารพิษ จากเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน การแปรรูปข้าวกล้องงอก เป็นข้าวชงพร้อมดื่ม และข้าวไรท์เบอรี่ ปัจจุบันมีสมาชิก 60 คน

      ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งมีผู้มารับบริการ รวมจำนวน 407 คน


      เวลา 13.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ณ "โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เนวิน สคริมชอว์" ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 17 กิโลเมตร

      โรงเรียนฯ นี้ เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 94 คน , ครู ตชด. 8 นาย และครูอัตราจ้าง 1 คน โดยตั้งแต่ปี 2557 ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนพี่-โรงเรียนน้อง ร่วมกับโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี โรงเรียนบุณฑริกวิทยาคาร และโรงเรียนฮั้วเฉียวอุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนพี่ สนับสนุนด้านการจัดการศึกษาและสื่อการเรียนการเรียนการสอน มีการอบรมให้ความรู้แก่ครู ตชด. รวมทั้งจัดค่ายวิชาการและมอบทุนการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนน้อง

      ด้านการเสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา พบว่ามีเด็กแรกเกิด ถึง 3 ปี ในชุมชน มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์และมีภาวะเตี้ย 3 คน แก้ไขโดยร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และผู้ปกครอง ติดตามภาวะโภชนาการอย่างใกล้ชิด ส่วนในโรงเรียนฯ มีเด็กผอมและอ้วน รวม 7 คน แก้ไขโดยจัดทำโครงการกุลบุตรบุญธรรม โดยให้ครูทำหน้าที่ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดเป็นรายคน ทำให้ภาวะผอมและอ้วนดีขึ้นตามลำดับ

      ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พบว่าผลการสอบ O-net ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนสูงขึ้นจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับระเทศ ส่วนในรายวิชาอื่น ๆ ที่อ่อน ได้สอนเสริมหลังเลิกเรียน และในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ รวมทั้งร่วมกับโรงเรียนในเครือข่ายสถานศึกษาสอนกวดวิชาให้แก่นักเรียนก่อนถึงช่วงสอบ 1 เดือน

      ด้านการเรียนการสอน วิชาภาษาไทยได้เน้นการสอนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งการอ่านและเขียน ในนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 มีนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านเขียนภาษาไทยลดลง ส่วนในวิชาวิทยาศาสตร์ ได้บูรณาการการสอนเข้ากับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้นักเรียนศึกษารูปร่างของเซลล์พืชพื้นถิ่นแต่ละชนิด โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูเนื้อเยื่อ และให้วาดภาพรูปร่างเซลล์ที่เห็น ทำให้นักเรียนเข้าใจถึงลักษณะทางพันธุกรรมของพืชแต่ละชนิดและเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์ ซึ่งโรงเรียนได้สำรวจพันธุ์พืชจากชุมชนใกล้เคียง และนำมารวบรวมปลูกไว้ภายในสวนพฤกษศาสตร์ และสวนพืชพรรณท้องถิ่นของโรงเรียน อาทิ ยางนา ตะเคียนทอง แสนคำ ขี้เหล็ก ชะพูล ขลู่ ผักแพว และผักหนาม

      ทั้งนี้โรงเรียนและชุมชน ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของช้างป่าที่หลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ มีช้างป่าประมาณ 35 ถึง 40 ตัว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้เข้าไปให้ความรู้แก่นักเรียนและผู้ปกครองเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการรับมือกับช้างป่าอย่างถูกวิธี รวมทั้งได้จัดทำแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ให้แก่ช่างป่า เพื่อลดความเสียหายจากการรุกพื้นที่ของช้างป่าที่เข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรของชุมชน ซึ่งประสบผลสำเร็จ มีช้างป่ารุกพื้นที่น้อยลง ปัจจุบันยังได้จัดทำโครงการศึกษาพืชอาหารช้างป่า เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

      ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการเลี้ยงไก่ไข่แบบกรงตับ และแบบปล่อยลาน เลี้ยงไก่พื้นเมือง เป็ดไข่ เป็ดเทศ และสุกร ซึ่งให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนพืชผัก และถั่วเมล็ดแห้ง ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการปรับปรุงเแปลงเกษตร แก้ไขโดยจัดซื้อเพิ่มเติมจากคนในชุมชน ส่วนการจัดหาแหล่งน้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปัจจุบันมีน้ำใช้เพียงพอ และในระยะต่อไปจะดำเนินการปรับปรุง ติดตั้งระบบสูบน้ำเพิ่มเติมให้แก่โรงเรียน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินกิจกรรมโครงการนำร่องสร้างป่าสร้างรายได้ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 บนพื้นที่สาธิต 2 ไร่ โดยมีกรมป่าไม้ให้การสนับสนุน การปลูกไม้ผล ไม้ใช้สอย และไม้ยืนต้นที่มีมูลค่า เพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้โรงเรียนในอนาคต

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 5 ระยะ มาตั้งแต่ 2556 ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 5 ดำเนินการที่บ้านดอนใหญ่ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล โดยเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มทำผักกระถางปลอดสารพิษ จากเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน , การแปรรูปข้าวกล้องงอก เป็นข้าวชงพร้อมดื่ม และข้าวไรท์เบอรี่ ปัจจุบันมีสมาชิก 60 คน

      ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งมีผู้มารับบริการ รวมจำนวน 407 คน


      เวลา 16.47 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนป่าหญ้าคา บ้านชุมชนป่าหญ้าคา ตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2545 เพื่อจัดการเรียนการสอนให้เด็กในชุมชุนบ้านป่าหญ้าคาที่อยู่ห่างไกลการคมนาคม เส้นทางเข้าออกเป็นถนนลูกรัง ในฤดูฝนเดินทางลำบาก ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณอินเทอเน็ต ปัจจุบัน มีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 รวม 69 คน ครู ตชด. 8 นาย ในจำนวนนี้มีครูคุรุทายาท 3 คน

      ในปีการศึกษา 2561 โรงเรียนฯ ดำเนินการตามพระราชกระแส ที่ให้นักเรียนใส่รองเท้าเพื่อป้องกันโรคหนอนพยาธิ โดยให้ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ผู้ปกครองและนักเรียน ปรับพฤติกรรมดูแลควบคุมให้นักเรียนใส่รองเท้าทุกคน มีผลการดำเนินงานโครงการพระราชดำริด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านภาวะโภชนาการ ซึ่งจัดทำโครงการบุตรบุญธรรมโดยให้ครู 1 คนรับนักเรียน 1 คน มาดูแล ติดตามให้ความรู้เรื่องสุขนิสัยในการรับประทานอาหารและเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อให้นักเรียนมีส่วนสูงและน้ำหนักตามเกณฑ์ ด้านการแก้ไขปัญหาน้ำบริโภคในโรงเรียน , ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดทำระบบประปาพร้อมได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำดื่ม ทำให้นักเรียนมีน้ำดื่มสะอาดมีคุณภาพ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานและภาคเอกชนดำเนินการแก้ไขปัญหาฟ้าผ่าแผงโซลาร์เซลล์ โดยติดตั้งสายล่อฟ้าและยังได้ติดตั้งโซล่าร์เซลล์เพิ่มเติมเพื่อให้มีกระแสไฟฟ้าเพียงพอใช้ต่อการเรียนการสอนมากขึ้น ด้านโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง มีโรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก คอยช่วยเหลือศูนย์การเรียนฯนี้ ทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมนันทนาการ เช่น การอบรมครูเพื่อให้มีความรู้ในการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ , รับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมตอนต้นและตอนปลาย , สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา , มีกิจกรรมแนะนำการศึกษาต่อและให้นักเรียนไปช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษ ด้านการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้ให้นักเรียนนั่งสมาธิก่อนเข้าชั้นเรียนทั้งในภาคเช้าและบ่าย เพื่อให้มีความพร้อมในการเรียน จัดสอนเสริมหลังเลิกเรียน และเน้นให้ฝึกอ่านเขียนภาษาไทยด้วยตนเอง อีกทั้งได้ส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ปลูกฝังคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์ และบูรณาการการเรียนรู้กับวิชาอื่น ๆ มีผลงานดีเด่น ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการประกวดบันทึกรายงานการประชุมและการบันทึกบัญชีสหกรณ์ ปีการศึกษา 2560

      กิจกรรมฝึกอาชีพ มีการสอนตัดผมชายหญิงโดยวิทยาลัยการอาชีพอุบลราชธานี เพื่อบริการเพื่อนนักเรียน และมีพื้นฐานงานอาชีพ นอกจากนี้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสิรินธร ไปจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนในกิจกรรมปลูกป่าสร้างรายได้ฯ ให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย รวมถึงดำเนินการตามพระราชกระแส ที่ให้แนะนำศิษย์เก่าที่ไม่ได้เรียนต่อในระบบมาเรียนที่ศูนย์ฯ ปัจจุบันมีศิษย์เก่า เรียนต่อระดับมัธยมศึกษา จำนวน 2 คน

โรงเรียนนี้ ยังเป็นโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับดีในระดับประเทศ ปีการศึกษา 2560 สามารถนำผลผลิตโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันทั้งจากการปลูกพืชผัก การเลี้ยงสัตว์ มาประกอบอาหารกลางวันได้เพียงพอ และยังทำเป็นศูนย์บริการความรู้ด้านการเกษตรแก่ประชาชนในพื้นที่

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริฯ ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2556 พื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอชุมพวง อำเภอหนองบุญมาก อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอสีคิ้ว อำเภอพระทองคำ และขยายผลไปอำเภอจักราช โดยส่งเสริมให้ดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักนำผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผลิต แปรรูป และจำหน่าย เน้นลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน ปัจจุบันมีสมาชิกอำเภอละ 30 คน รวม 150 คน


        ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว