สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

29 ม.ค. 2562 | เข้าชม : 39

            เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 เวลา 9.42 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี  จัดตั้งตั้งแต่ปี 2521 เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 225 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงโป  ครูตำรวจตระเวนชายแดน 8 นาย ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 1 คน และครูอัตราจ้าง 2 คน

            โรงเรียนดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ ตามเป้าหมายหลักครบ 8 ข้อ และสนองพระราชดำริจากการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเมื่อครั้งล่าสุดในปี 2557  โดยเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ใช้น้ำจากระบบประปาภูเขา ผ่านระบบเครื่องกรองน้ำ และจะได้ปรับปรุงท่อส่งน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อสร้างถังพักน้ำ และปรับปรุงฝายทดน้ำของโรงเรียน เพื่อใช้ในด้านการเกษตรต่อไป และเรื่องการให้สัญชาติไทยแก่นักเรียน ปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 36 คน และอยู่ระหว่างตามขั้นตอน 74 คน

            ปัจจุบันโรงเรียนส่งเสริมการเรียนการสอนจินตคณิต หรือ "ฟิงเกอร์ แมท" (Finger Math) ด้วยการใช้นิ้วบวกลบเลข ทำให้เด็กมีสมาธิ และคิดเลขได้เร็วยิ่งขึ้น ในปีการศึกษา 2560 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน "เอ็นที" สูงกว่าระดับประเทศ โดยมีนักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3 ประเภทการเล่านิทาน ในการประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริด้วย  ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยในทุกกลุ่มสาระ "โอเนท" ต่ำกว่าระดับประเทศ จึงได้ฝึกอบรมครูและสอนเสริมให้แก่นักเรียน

            ด้านสหกรณ์ ส่งเสริมกิจกรรมออมทรัพย์และการจำหน่ายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามความต้องการทั้งของนักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงนำผลผลิตโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มาจำหน่ายผ่านระบบสหกรณ์ เพื่อนำไปประกอบเลี้ยง โดยโรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการประกวดการบันทึกบัญชีในกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2561 ด้วย ที่ผ่านมา ชุมชน  หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนได้เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนในด้านต่างๆ เช่น การปรับปรุงอาคาร สร้างสนามกีฬา รวมถึงฝึกอาชีพ เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวต่อไป

เช่น แปรรูปถนอมอาหาร ตัดผม ทอพรมเช็ดเท้า ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ และการเรียนคอมพิวเตอร์ ตลอดจนยังมีการก่อสร้างบ้านพักนักเรียนบ้านไกล โดยนักเรียนบ้านไกลจะคอยดูแล และทำกิจกรรมร่วมกันในลักษณะพี่สอนน้อง

            ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีกิจกรรมปลูกพืชผัก ไม้ผล ปศุสัตว์ เพาะเห็ด ทำปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำชีวภาพ รวมถึงปลูกหญ้าแฝก มีผลผลิตเพียงพอประกอบเลี้ยงให้แก่นักเรียน และเป็นศูนย์บริการความรู้แก่ชุมชน

            ในการนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ป่วยที่ขอรับพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งการเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลที่เหมาะสม พร้อมพระราชทานค่าเดินทาง 

 โอกาสนี้ทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จด้วย

  

            เวลา 13.31 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 เพื่อพิทักษ์รักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ เป็นสถานที่สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัย สภาพธรรมชาติและพืชพรรณในพื้นที่โครงการฯ

            พื้นที่นี้เดิมเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม เนื่องเคยเป็นพื้นที่สัมปทานทำเหมืองแร่  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่นเข้ามาฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อรักษาพื้นป่า ให้เป็นพื้นป่าให้อุดมสมบูรณ์  เพื่อเป็นแหล่งศึกษาสภาพธรรมชาติ และนำผลสำรวจศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ ไปประยุกต์ใช้และขยายผลสู่ประชาชน   มีการจัดกิจกรรมบริการแก่ชุมชนและผู้สนใจ ในรูปแบบการศึกษา เรียนรู้ และอบรม อาทิ ปลูกป่าเป็นแนวกันชน  ในเนื้อที่ 275 ไร่ ปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ รวม 9 แปลง มีพื้นที่รวม 2,800 ไร่ สร้างฝายต้นน้ำชะลอความชุ่มชื้น 730 สาย ทำแนวกันไฟป่าระยะทาง 80 กิโลเมตร กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้สู่ชุมชนและสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ต่างๆ 80,000 กล้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร.

            นอกจากนี้ มีหน่วยงานต่างๆ ร่วมดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำฐานการเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน เพื่อปลูกผักท้องถิ่น และปรับปรุงดินในพื้นที่ด้วยวิธีการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินเป็นการลดต้นทุนการทำเกษตร มีการจัดรูปแบบของการสาธิตการปลูกผัก 64 ชนิด 

            มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี ได้เข้าไปสำรวจความหลากหลายทาง ชีวภาพของต้นผึ้งและผึ้งหลวงในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง รวมทั้งมีการอบรมการเลี้ยงผึ้งที่ถูกวิธีเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชน

            มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศึกษาวิจัยทางวิชาการเรื่องความหลากหลายชนิดของนกในเส้นทางศึกษาธรรมชาติโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 ถึง เดือนกรกฏาคม 2559 พบนกจำนวน 45 วงศ์ 110 ชนิด จากการสำรวจพบว่าระบบนิเวศในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากนกเป็นดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศได้ดี

            นอกจากนี้มีเส้นทางเพื่อการศึกษาเรียนรู้เรื่องฟื้นฟู ซึ่งกรมป่าไม้ ได้ปลูกป่าเรียนแบบป่าธรรมชาติในพื้นที่ โดยนำต้นไม้ จำนวน 20 ชนิดไปปลูก อาทิ ต้นอิทรชิต โมกมัน ตะเคียนทอง บุนนาค ต้นเลียงผึ้ง และยังมีการจำลองการทำเหมืองแร่ดีบุกในบริเวณน้ำตกเก้าโจน สำหรับให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนเข้าไปศึกษาเรียนรู้

            จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังอาคารรวงผึ้ง ทอดพระเนตรการจัดอบรมค่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมศึกษาหลักสูตรการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามพระราชดำริ ซึ่งจัดขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าไม้และทรัพยากร ซึ่งมีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการของโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ เข้าร่วม 6 โรงเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านห้วยผาก ได้นำการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และอาหารไปปรับใช้ เพื่อลดการเผาใบไม้และกิ่งไม้เนื่องจากต้นไม้ในบริเวณโรงเรียนมีจำนวนมาก

            อีกทั้งมีการอบรมอาชีพ ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยนำผลผลิตจากป่าของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ มาแปรรูปสร้างรายได้ เช่น กลุ่มพัฒนาอาชีพบ้านหวายน้อย แปรรูปกล้วยน้ำหว้า กล้วยหอม ภายใต้แบรนด์ "กล้วยอบสวนผึ้ง" กล้วยหน้าธัญพืชอบกรอบ ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานทดแทนในการอบแห้งผลไม้ เพื่อเป็นต้นแบบนำไปพัฒนาต่อยอดในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และการทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิว  อาทิ สบู่ทับทิม สบู่น้ำผึ้ง และครีมอาบน้ำมะนาวโห่  ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ นี้ ส่วนหนึ่งส่งจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า และส่งออกไปขายยังประเทศเยอรมนี สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานในส่วนต่างๆที่ผ่านมา ทำให้ป่าที่เสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์ จนกายเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลทางสภาพธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง

            ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมราษฎร และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่มาออกหน่วยให้บริการราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ


            ข่าวในพระราชสำนัก สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว