สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

23 ม.ค. 2562 | เข้าชม : 36

      เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวาย ไปทรงติดตามการดำเนินงานของ "โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 9" บ้านป่าข้าวหลาม อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เส้นทางคมนาคมเป็นถนนลูกรัง ช่วงหน้าฝนเดินทางเข้าออกยากลำบาก

      โรงเรียนนี้ อยู่ในความดูแลของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เปิดทำการสอนเมื่อปี 2535 ในระดับก่อนประถมศึกษา ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รับนักเรียนใน 4 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง และเผ่าลาหู่ ปัจจุบันมีนักเรียน 94 คน ในจำนวนนี้่มีนักเรียนบ้านไกล 64 คน

      โดยได้ดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ระยะที่ 5 (ปี 2560 ถึง 2569) ทั้ง 8 เป้าหมายหลัก ซึ่งมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ เช่น ด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาอาชีพ

      ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กรมชลประทาน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ จัดหาแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค พร้อมระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 3 แห่ง ให้แก่โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้การได้ดี

ในการนี้ มีพระราชกระแส ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมชลประทาน และองค์การบริหารส่วนตำบลกึ๊ดช้าง ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนบ้านข้าวหลาม ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง โดยการก่อสร้างสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม และแหล่งน้ำสะอาดให้แก่ชุมชน มีเพียงพอใช้ในการอุปโภคบริโภคตลอดปี

รวมทั้งให้จัดทำคู่มือดูแลและบำรุงรักษาระบบกรองน้ำดื่มในโรงเรียนฯ และดำเนินการติดตั้งรางรับน้ำฝนพร้อมถังพลาสติกเก็บกักน้ำฝนให้แก่โรงเรียน ตชด. ในจังหวัดเชียงใหม่ อีกจำนวน 8 โรง อีกทั้งมีพระราชกระแสให้เร่งรัดการจัดหาแหล่งน้ำให้แก่ศูนย์การเรียน ตชด. บ้านโกแประ และ "โรงเรียน ตชด. 905 (บ้านจอปร่าคี)" จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วย

      โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการเรียนการสอนของโรงเรียนฯ ซึ่งมุ่งให้นักเรียนมีพัฒนาการ ในการเขียนและการสะกดคำภาษาไทย รวมทั้งการอ่านออกเสียงภาษาไทยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ยังคุ้นชินกับการใช้ภาษากะเหรี่ยงซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น จึงเพิ่มชั่วโมงฝึกการอ่านภาษาไทยเพิ่มขึ้น ทำให้นักเรียนสื่อภาษาไทยได้ดีขึ้น       

      ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักเรียนในพระราชานุเคราะห์ที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนฯ และกำลังศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 11 คน เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษา และนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาทำงานแล้วจำนวน 5 คนเฝ้าทูลละอองพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

      ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการปลูกพืชผักสวนครัว เพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทักษะพื้นฐานทำเกษตรแบบครบวงจร โดยในปีการศึกษาที่ผ่านมา ผลผลิตการเกษตรบางชนิด ยังไม่เพียงพอต่อการบริโภค แก้ไขโดยการจัดซื้อผลผลิตที่ขาดมาประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียน เพื่อได้รับประทานอาหารให้ครบหมู่ตามหลักโภชนาการ

      นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมการเรียนรู้วิชาชีพตามภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การทอผ้าชนเผ่า และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งได้ขยายผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ออกสู่ชุมชนใกล้เคียง ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

     จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไปตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ ที่เจ็บป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป


      ในช่วงบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านแม่มุใน ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม

      ในการนี้ ทรงกดปุ่มไฟฟ้า เปิดแพรคลุมป้ายชื่อ "ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน" ซึ่งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการหิ่งห้อยในการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ให้การช่วยเหลือสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาความขาดแคลนของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลด้วยนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรม จัดสร้างขึ้น เพื่อรองรับนักเรียนในพื้นที่ ที่มีจำนวนมากขึ้น และเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนไม่ต้องเดินทางไปเรียนหนังสือไกลบ้าน โดยก่อสร้างเป็นอาคารเรียนประหยัดพลังงาน จำนวน 5 ห้องเรียน อาคารบ้านพักครู 3 หลัง อาคารบ้านพักนักเรียนบ้านไกล และโรงอาหารพร้อมโรงครัว

      ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน สังกัดกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 สอนในระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยรับเด็กนักเรียนจาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่มุใน, บ้านสะงะ, บ้านห้วยข้าวรีด, และบ้านห้วยเย็น ปัจจุบัน มีนักเรียนจำนวน 54 คน เป็นนักเรียนบ้านไกล 32 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดน 4 นาย ครูพลเรือน 2 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าปะกาเกอญอ, ปะโอ และไทยใหญ่

      ด้านการศึกษา พบว่า นักเรียนมีปัญหาในการอ่านเขียนภาษาไทย ทางโรงเรียนจึงใช้เวลาหลังเลิกเรียนหนึ่งชั่วโมงในทุกระดับชั้น เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเขียนภาษาไทย 

      ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้รับการสนับสนุนกล้าพันธุ์ผักจากโครงการหลวงแม่แฮเหนือ อาทิ ผักกวางตุ้ง กะหล่ำปลี และผักกาดเขียว ไปปลูกสำหรับใช้ประกอบอาหารกลางวันแก่นักเรียน นอกจากนี้ ยังได้การสนับสนุนผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวงมาบริโภค ในกรณีผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอ ทั้งยังได้ขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน มี 19 ครอบครัวให้ความสนใจด้านการเกษตร ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเอง

      ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันบ้านแม่มุใน มี 50 ครัวเรือน ประชากร 222 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 30,000 บาทต่อปี และยังพบปัญหาด้านการคมนาคม


      ข่าวในพระราชสำนัก  สทท.


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชัยรัตน์ อินทเชตุ

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว